
Yield Curve ขยับตัวขึ้นลงในกรอบแคบๆ
....สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (19
–23 ก.ค. 2553) มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 3,113,564.64 ล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 622,712.93 ล้านบาท ทั้งนี้จากข้อมูลตลอดทั้งสัปดาห์พบว่า มูลค่าการซื้อขายโดยรวมทั้งหมดสามารถแบ่งเป็นมูลค่าการซื้อขายแบบ Outright ที่ 308,595.52 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.91 ของมูลค่าการซื้อขายรวม ทั้งนี้มูลค่าการซื้อขายแบบ Outright เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วนั้น พบว่า พันธบัตรองค์กรภาครัฐ (State Agency Bond) มีปริมาณการซื้อขายเท่ากับ 242,385.06 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 78.54 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 18.43 ตามมาด้วย พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 38,833.32 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 12.58 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 13.09 ต่อมาเป็น ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 19,497.30 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.32 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 61.97 ทางด้าน หุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 5,081.73 ล้านบาท และ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State Owned Enterprise Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 130.03 ล้านบาทสำหรับตราสารหนี้ที่มีปริมาณการซื้อขายแบบ Outright สูงสุดเป็นสามอันดับแรก เมื่อแบ่งตามประเภทของตราสารหนี้มีดังต่อไปนี้ คือ ในส่วนของ พันธบัตรรัฐบาล คือ รุ่น LB155A, LB196A และ LB145B มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 10,890.65 ล้านบาท 8,447.89 ล้านบาท และ 6,912.78 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วน พันธบัตรรัฐวิสาหกิจและพันธบัตรองค์กรภาครัฐปริมาณการซื้อขายสูงสุดสามอันดับแรก คือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่น CB10809A, CB10810A และ CB10819C มูลค่า 72,564.60 ล้านบาท 45,346.72 ล้านบาท และ 25,862.68 ล้านบาท ตามลำดับ
หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดสามอันดับแรก คือ หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) (TLT10NA (AAA) และ TLT112B (AAA)) มูลค่าการซื้อขาย 915.17 ล้านบาท และ 675.40 ล้านบาท ตามลำดับ และหุ้นกู้ของบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO136A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 461.02 ล้านบาท
การเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ขยับตัวขึ้นลงในกรอบแคบๆ โดยพันธบัตรอายุคงเหลือ 16 เดือน อัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่าง บวก 1 ถึง บวก 3 bp. พันธบัตรระยะสั้นอายุ 13 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวขึ้นลงอยู่ระหว่าง ลบ 1 ถึง บวก 3 bp. สำหรับพันธบัตรระยะกลาง 510 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง ลบ 3 ถึง ลบ 5 bp. และระยะยาวมากกว่า 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงประมาณ ลบ 2 bp.







