posttoday
ปปง.ใช้ไอทีจับฟอกเงิน

ปปง.ใช้ไอทีจับฟอกเงิน

16 มกราคม 2559

แซส ซอฟท์แวร์หวังปีนี้ทุกธุรกิจลงทุนไอทีต่อเนื่อง ตั้งเป้าโต 25%

แซส ซอฟท์แวร์หวังปีนี้ทุกธุรกิจลงทุนไอทีต่อเนื่อง ตั้งเป้าโต 25%

นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า การลงทุนด้านระบบไอทีในปี 2559 ของภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการเริ่มต้นของเออีซีก็ถือเป็นโอกาสขนาดใหญ่

“แม้จะมีการผลักดันเรื่องไอทีจากภาครัฐแต่ก็ไม่ได้มีการใช้จ่ายมากนัก เพราะสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การเบิกจ่ายงบล่าช้า คาดว่าปี 2559 นี้ ทุกอย่างน่าจะราบรื่นขึ้น ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จนช่วยให้จีดีพีประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา” ทวีศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ แซสตั้งเป้ารุกตลาดซอฟต์แวร์ด้านบริการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ เพื่อรักษาฐานรายได้ของบริษัทไว้ที่ 25-75% เพราะยังมีฐานลูกค้าองค์กรที่ให้ความเชื่อมั่นบริษัทเช่นเดิม

นอกจากนี้ ล่าสุดยังเข้าไปติดตั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อการพัฒนาระบบไอทีใหม่ทั้งหมดหลังจากใช้งานมาตั้งแต่ปี 2542 โดยใช้งบลงทุนระบบรวม 120 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบระหว่างปี 2557-2559 ซึ่งการตัดสินใจติดตั้งระบบนี้ เพราะในปี 2559 จะมีการเข้ามาตรวจสอบจากคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (FATF)

สำหรับการฟอกเงินเป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ และถ้าประเทศไทยไม่ผ่านมาตรฐานก็จะส่งผลเสียไม่ใช่แค่สถาบันการเงิน แต่รวมถึงองค์กรต่างๆ ที่ไม่สามารถทำการค้าระหว่างประเทศได้และยังเร่งให้ข้อมูลเพื่อกระตุ้นให้สถาบันการเงินต่างๆ หันมาใช้ระบบวิเคราะห์เดียวกัน เพื่อสร้างเป็นมาตรฐานในการเชื่อมต่อข้อมูลด้วย

นอกจากสถาบันการเงินแบบเดิมแล้ว ยังมีช่องทางชำระเงินแบบออนไลน์ที่มีการเติบโตสูงขึ้น จึงควรมีมาตรฐานความปลอดภัยลักษณะเดียวกัน เพราะสถาบันการเงินออนไลน์ในลักษณะนี้มีการทำธุรกรรมทางการเงินจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

“กลุ่มเคาน์เตอร์เซอร์วิส อี-เพย์เมนต์และอี-วอลเล็ต ที่ให้บริการโดยค่ายโทรศัพท์มือถือและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินสูง จึงต้องเพิ่มความปลอดภัยในเรื่องการบริการวิเคราะห์เพื่อให้บริษัทสามารถรักษาฐานไว้ที่ 35% ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดนี้”

ด้าน พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ทางสำนักงานจะได้รับข้อมูลธุรกรรมทางการเงินจากสถาบันต่างๆกว่า 1.5 ล้านธุรกรรม/เดือน ซึ่งการตรวจสอบจะทำโดยเจ้าหน้าที่ทั้งหมดใช้เวลานาน 2-3 เดือนเป็นอย่างน้อยถึงจะตรวจพบปัญหาและเข้าไปทำการตรวจสอบ แต่การใช้เทคโนโลยีใหม่จะช่วยให้วิเคราะห์ปัญหาเพียง 1-2 ชั่วโมง และแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

ปัจจุบันมีสถาบันการเงินเอกชนและภาครัฐได้ใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลในลักษณะเดียวกันนี้แล้วราว 3-4 แห่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท