
ยอดขายน้ำมันช่วงปีใหม่พุ่ง-กลุ่มเบนซินส่อลดอีก
ปตท. เผยยอดขายน้ำมันช่วงปีใหม่พุ่ง ผู้เชี่ยวชาญระบุ ราคาน้ำมันยังอยู่ขาลง คาดกลุ่มเบนซินมีโอกาสลดลง 1 บาท/ลิตรในสัปดาห์หน้า
ปตท. เผยยอดขายน้ำมันช่วงปีใหม่พุ่ง ผู้เชี่ยวชาญระบุ ราคาน้ำมันยังอยู่ขาลง คาดกลุ่มเบนซินมีโอกาสลดลง 1 บาท/ลิตรในสัปดาห์หน้า
นายอรรถพล ฤกษพิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้ประชาชนเดินทางมากขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันในต่างจังหวัดสูงถึง 20-30% ทำให้การใช้น้ำมันของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ทั่วประเทศเติบโต 16.6% เนื่องจากในเทศกาลปีใหม่จะมีการการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นในต่างจังหวัด และในกรุงเทพฯ ทั้งนี้แม้จะผ่านเทศกาลปีใหม่ซึ่งเป็นช่วงของการใช้น้ำมันสูงสุดไปแล้ว แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะแม้การใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีต่อผู้ค้าน้ำมัน แต่ก็แสดงว่าประเทศไทยใช้น้ำมันอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งการให้ต้องดูแลราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศอย่างใกล้ชิด หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวน โดยการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) สัปดาห์หน้า จะหารือเรื่องการดูแลราคาขายปลีกน้ำมันให้มีเสถียรภาพ พร้อมรักษาสมดุลระหว่างการลดราคาขายปลีกให้แก่ภาคประชาชน เป้าหมายการใช้พลังงานทดแทน และเป้าหมายการประหยัด ทั้งนี้ที่ประชุมอาจพิจารณาเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม แต่ระยะนี้จะปล่อยให้ราคาขายปลีกลดลงตามสถานการณ์ในตลาดโลกก่อน
“ยอมรับว่าการเก็บเงินเข้ากองน้ำมันฯ ที่มีสถานะเป็นบวกกว่า 4 หมื่นล้านบาท ต้องระมัดระวัง เพราะเป็นเป้าให้ถูกโจมตีได้ง่าย ขณะเดียวกันไม่สามารถระบุระดับราคาขายปลีกที่เหมาะสมได้ เพราะราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน และภาคขนส่งในประเทศไทยใช้น้ำมันดีเซลในเป็นหลัก น้ำมันดีเซลจึงต้องมีราคาใกล้เคียงกับพื้นบ้านเพื่อให้สามารถแข่งขันได้” แหล่งข่าว กล่าว
นอกจากนี้ กบง. จะหารือเรื่องส่วนต่างราคาที่เหมาะสมระหว่างน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอลแต่ละชนิดเพื่อส่งเสริมการใช้เอทานอลให้มากขึ้น หลังราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้ประชาชนเปลี่ยนไปใช้แก๊สโซฮอลที่ผสมเอทานอลในอัตราส่วนน้อย เช่น ผู้ใช้แก๊สโซฮอล อี 85 หันไปใช้อี 20 และผู้ใช้แก๊สโซฮอลอี 20 หันไปใช้อี 10 แทน สถานการณ์อาจส่งผลกระทบต่อสัดส่วนการใช้เอทานอลต่อเชื้อเพลิงในภาพรวม โดยล่าสุดส่วนต่างราคาระหว่างแก๊สโซฮอล อี85 และอี 20 อยู่ที่ 3.05 บาท/ลิตร และราคาน้ำมันแก๊สโซฮอลอี 10 และอี 20 ซึ่งต่างกันอยู่ 1.94 บาท/ลิตร
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบมีโอกาสลดลงจากระดับ 25 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปัจจุบัน เหลือ 23-24 เหรียญสหรัฐในระยะสั้น เนื่องจากประเทศตะวันตกกำลังจะยกเลิกคว่ำบาตรอิหร่านใน 1-2 วันนี้ ทำให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้น 5 แสนบาร์เรล/วัน ส่งผลทางจิตวิทยากดดันให้ราคาน้ำมันดิบลดลงอีก ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินในประเทศมีโอกาสลดลง 1 บาท/ลิตร ในสัปดาห์หน้า สำหรับน้ำมันดีเซลเห็นว่า ควรลดราคาขายปลีกลงส่วนหนึ่งและเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่ม 5-10 สตางค์/ลิตร เนื่องจากปัจจุบันมีเงินจากกองทุนน้ำมันอุดหนุนอยู่ 2 สตางค์/ลิตร
“ควรใช้วิธีเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ก่อนแล้วโอนเป็นภาษีสรรพสามิตภายหลัง เพราะการใช้วิธีเก็บภาษีสรรพสามิตแบบยืดหยุ่นเหมือนกองทุนน้ำมันฯ ของ พล.อ.อนันตพร ต้องใช้เวลาแก้ไขกฎระเบียบ รวมถึงอาจต้องเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โอนอำนาจให้กระทรวงการคลัง ซึ่งอาจไม่ทันกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวนอย่างรวดเร็ว ส่วนการเพิ่มส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันแก๊สโซฮอลแต่ละประเภทเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยเฉพาะการลดค่าการตลาดของน้ำมันแก๊สโซฮอลอี 85 ซึ่งอาจซ้ำเติมผู้ประกอบการ เพราะเป็นน้ำมันที่มียอดขายต่ำ แม้จะลดค่าการตลาดให้มีราคาถูกลง ก็ไม่สามารถรับรองได้ว่าจะมีความต้องการมากขึ้น” นายมนูญ กล่าว
ทั้งนี้ หากกระทรวงพลังงานอยากส่งเสริมให้เอทานอลแข่งขันด้านราคากับน้ำมันดิบได้มากขึ้นควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเข้าไปตรวจสอบประสิทธิภาพและต้นทุนของโรงงานผลิตเอทานอลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป เพราะปัจจุบันราคาขายเอทานอลในประเทศอยู่ที่ 23.82 บาท/ลิตร ต่ำกว่าราคาส่งออกที่ 18 บาท/ลิตร







