
แผน 3 ปี กลต.พร้อมดึงดูดเงินนอก
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้จัดสัมมนาถึงแผนยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต.ช่วง 3 ปี (2559-2561) โดยเชิญให้คนในอุตสาหกรรมตลาดทุนเข้าร่วมฟังพร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) และผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.)
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้จัดสัมมนาถึงแผนยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต.ช่วง 3 ปี (2559-2561) โดยเชิญให้คนในอุตสาหกรรมตลาดทุนเข้าร่วมฟังพร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) และผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.)
“รพี สุจริตกุล” เลขาธิการ ก.ล.ต. ประกาศว่า แผน 3 ปี ของ ก.ล.ต.จะเน้นการสร้างมาตรฐานและยกระดับมาตรฐานความแข็งแกร่งตลาดทุนทุกด้านให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากลเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างความรู้และความเข้าใจกับภาคเอกชนและนักลงทุน เพื่อให้ตลาดทุนไทยมีความน่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพและศักยภาพในการแข่งขันด้วยเกณฑ์ที่พัฒนารอบด้านและปฏิบัติได้จริง และรองรับความหลากหลายของสินค้าและการบริการ และประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากตลาดทุนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนไปด้วย ซึ่งจะครอบคลุมการดำเนินงาน 4 เรื่อง คือ การระดมทุน ตลาดและตัวกลาง สินค้า/ตราสารการเงิน และการพัฒนาศักยภาพ ก.ล.ต.ไปพร้อมกัน
โดยเฉพาะการเตรียมตัวที่จะถูกประเมินภาพรวมภาคการเงินของไทย (Financial Sector Assessment Program : FSAP) โดยธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ในปี 2562 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ในหน่วยงานทั้งตลาดเงินและตลาดทุนไทย ตั้งแต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก.ล.ต. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพราะมาตรฐานนี้จะเป็นประเมินจากนักลงทุนสถาบันหรือกองทุนต่างประเทศจะให้น้ำหนักเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น
สำหรับแนวทางการดำเนินงาน คือ “การระดมทุน” ที่จะเกี่ยวข้องกับการทำให้ บจ.มีคุณภาพที่ดีขึ้น มีการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น มีการบริหารที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ที่สำคัญ ยกระดับการกำกับดูแลที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ให้เทียบเท่าธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งรวมถึงการประสานงานระหว่าง FA ผู้สอบบัญชี และ ก.ล.ต.มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ที่ปรึกษาทางการเงินเดิมปรับระบบงานมากขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นการออกใบอนุญาต (ไลเซนส์) ให้กับ FA จากเดิมที่เป็นการขึ้นทะเบียน
ความแตกต่างอยู่ที่การขึ้นทะเบียนอย่างเดิม หาก FA มีการกระทำความผิดก็จะมีเครื่องมือในการลงโทษอยู่ 2 อย่าง คือ การสั่งพักและการเพิกถอนไป ซึ่งเหมือนเป็นการวางระเบิดมากกว่าที่ไม่ให้โอกาสในการแยกแยะเป็นกรณีไป แต่การเป็นไลเซนส์จะมีความยืดหยุ่นกว่าที่หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นอาจจะมีการเปรียบเทียบปรับ โดยไม่จำเป็นต้องสั่งพักงาน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ได้ภายในปี 2561
นอกจากนั้น ยังต้องยกระดับคุณภาพของงบการเงินที่พยายามจะดึงให้ผู้บริหารระดับสูงของ บจ. (ซีอีโอ) ผู้บริหารทางการเงินของ บจ. (ซีเอฟโอ) และสมุห์บัญชี มีส่วนร่วมหรือทราบบทบาทตัวเองว่าจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการแสดงงบการเงินออกมาให้ถูกต้อง เพราะไม่ใช่เป็นหน้าที่ของผู้สอบบัญชีคนเดียว ซึ่งเกณฑ์นี้คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2561 รวมถึงการพัฒนาผู้สอบบัญชีให้เพียงพอต่ออุตสาหกรรม จะมีการประสานกับสภาวิชาชีพบัญชี
นอกจากนั้น ยังรวมถึงการพยายามให้ บจ.มีการเปิดเผยข้อมูลให้เข้าใจง่ายและผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูล โดยในเชิงการแข่งขันระดมทุนในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ที่ปัจจุบันมีเกณฑ์ออกมา
รองรับเป็นจำนวนมากแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุน ทาง ก.ล.ต.จะปรับกฎเกณฑ์ในการระดมทุนนี้ โดยเฉพาะ 3 เกณฑ์ คือ การออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปสกุลเงินบาทหรือสกุลเงินตราต่างประเทศใน GMS การออกกองทุนรวมใน GMS และการเกณฑ์โฮลดิ้ง บจ.ที่มีฐานการผลิตใน GMS
“ตลาดและตัวกลาง” ที่ ก.ล.ต.จะทำงานควบคู่ไปกับ ตลท. ที่จะพยายามทำงานไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน และพยายามมุ่งให้เกิดการความพึงพอใจทั้งสองฝ่ายในตลาดลุ่มแม่น้ำโขงที่แต่ละประเทศจะต้องได้ดี ทั้งในประเทศของตัวเองและประเทศเพื่อนบ้าน ที่จะปรับปรุงโครงสร้างใบอนุญาตและหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการแข่งขัน และรองรับผู้มีส่วนร่วมรายใหม่ หรือการนำเทคโนโลยีเข้ามาตอบสนองความต้องการผู้ลงทุนในวงกว้างมากขึ้น
รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายในการปรับปรุงระยะเวลาการจัดการเรื่องที่ต้องตรวจสอบดำเนินคดีและร้องเรียนจากประชาชน โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่จะทำให้เกิดการดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างรวดเร็ว และให้มีมาตรการทางแพ่งมากขึ้น
นอกจากนั้น ต้องพยายามให้ บจ.ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเป็นธรรม โดยปรับเกณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาดภูมิภาค เคารพการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น เช่น การช่วยลดต้นทุน บจ.ในการทำใบรับมอบอำนาจประชุมแทนผู้ถือหุ้น (พร็อกซี่) หนังสือการประชุมที่อยู่ระหว่างการแก้กฎหมายเพื่อใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าประชุมได้สะดวกขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มใน e-proxy ซึ่งจะต้องไปแก้กฎหมายที่ผู้ถือหุ้นต้องเข้ามาร่วมประชุม
อย่างไรก็ดี พยายามที่จะทำงานร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในตลาดทุน อย่าง ก.ล.ต. ตลท. สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) หรือสมาคม บจ. เพราะหลักใหญ่คือ การพยายามสร้างความเข้าใจและการสื่อสารกับ บจ.มากขึ้น
“การพัฒนาสินค้า/ตราสารทางการเงิน” ที่จะต้องปรับเกณฑ์เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินและธุรกรรมใหม่ในตลาดทุน การเปิดเผยข้อมูลและการขายตราสารทุนเพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบจากความไม่รู้ของผู้ลงทุน และการผลักดันให้เกิดการออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากขึ้น
สุดท้าย คือ “การพัฒนาศักยภาพของ ก.ล.ต” ที่ต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานด้านต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พัฒนาความรู้และทักษะบุคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และขอความรู้กับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม
สำหรับความร่วมมือกับ บล.และ บลจ.มากขึ้นนั้น สิ่งที่จะทำใน 3 ปีข้างหน้า คือ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันในการปรับตัวเพื่อรองรับกับสิ่งใหม่ๆ ที่จะกิดขึ้นในอนาคต พร้อมกับช่วยกันขจัดอุปสรรค และทำให้ทุกอย่างดำเนินไปข้างหน้าด้วยกัน ก.ล.ต.พร้อมที่จะเปิดรับฟังปัญหาทุกฝ่าย
อย่างไรก็ดี การให้สมาชิก บล.มีการกำกับดูแลกันเอง (SRO) ตอนนี้เรื่องอยู่ระหว่างการร่างกฎหมาย ผ่านพระราชกฤษฎีกาแล้ว เพื่อให้สมาคมมีอำนาจในการกำกับดูแลสมาชิก ตัวกลางให้มีประสิทธิภาพ และไม่สร้างต้นทุนซึ่งเป็นภาระต่อลูกค้า รวมถึงทางสมาคมสามารถมีบทบาทและหน้าที่ในการดูแลกันเองนอกจากนี้มีการปรับเกณฑ์เพื่อรองรับบัญชีที่ บล.สามารถตัดสินใจการลงทุนแทนลูกค้าได้ เนื่องจากเกณฑ์ปัจจุบันมีปัญหาห้ามมิให้เจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนรับมอบอำนาจตัดสินใจแทนลูกค้า ส่งผลให้มีการกระทำความผิดจนเกิดกรณีการลงโทษหลายราย ซึ่งข้อดี คือ ตอบสนองความต้องการลูกค้า ขณะที่ ก.ล.ต.สามารถกำกับดูแลได้
อีกทั้งยังมีการปรับเกณฑ์เพื่อให้มีผู้ทำบทวิเคราะห์อิสระที่ปัจจุบันกำหนดให้ บล.ทำบทวิเคราะห์ และจะปรับเกณฑ์เกี่ยวกับโครงสร้างใบอนุญาตทุนจดทะเบียนและการประกอบธุรกิจของ บล. เดิมทีกำหนดในรูปแบบเป็นแพ็กเกจ และมีทุนจดทะเบียนสูงถึง 500 ล้านบาท ซึ่งไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจปัจจุบันที่มีรูปแบบการทำธุรกิจที่หลากหลาย จึงอาจเป็นภาระและไม่ยืดหยุ่นต่อสมาชิก โดยจะปรับเกณฑ์การลดทุนจดทะเบียน บล. หรือออกใบอนุญาตเพื่อให้สอดคล้องกับการทำธุรกิจหรือธุรกิจเกิดใหม่
ขณะที่ บลจ.พยายามพัฒนาสินค้าให้ทัดเทียมกับในต่างประเทศ รวมถึงให้ความรู้พัฒนาผู้ลงทุนให้มีความพร้อมตามการพัฒนาของสินค้า ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มตัวแทนขายหน่วยลงทุนให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพของตัวแทนให้มีความเข้าใจในสินค้ามากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ ธปท.ที่มีแผนจะผ่อนคลายเกณฑ์ให้ผู้ลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น โดยปี 2559 จะเริ่มผ่อนคลายให้ผู้ลงทุนที่ไม่ใช่รายย่อยออกไปลงทุนในต่างประเทศโดยตรง และปี 2560 จะเปิดให้ลงทุนรายย่อยออกไปลงทุนต่างประเทศโดยตรงได้ภายใต้วงเงินที่กำหนด
ปีนี้จะอนุญาตให้ออกกองทุนเฮดจ์ฟันด์เป็นครั้งแรกขายให้กับผู้ลงทุนในประเทศ โดยผ่อนคลายเกณฑ์ให้กองทุนสามารถลงทุนในสินทรัพย์ได้ทุกประเภทโดยไม่กำหนดอัตราส่วนการลงทุนของสินทรัพย์ และสามารถกู้ยืมเพื่อการลงทุนได้ อนุญาตให้ไม่เกินสัดส่วน 50% ของขนาดกองทุน แต่จะกำหนดประเภทของผู้ลงทุนที่สามารถลงทุนได้ คือ กลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน กลุ่มผู้ลงทุน อัลตราไฮเน็ตเวิร์ก (UHWN) พร้อมทั้งเน้นให้ความสำคัญเพื่อกันการลงทุนโดยความเข้าใจผิด อีกทั้งมีระบบบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม รายงานความเสี่ยงการลงทุนต่อ ก.ล.ต.เปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน
ยกเลิกแผนแปรรูป ตลท.
รพี ยังกล่าวว่า ผลการประชุมคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการหารือที่จะยกเลิกการแปรรูป ตลท. เพราะ ตลท.ไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของ ขณะที่ ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก ขณะที่แผนแปรรูปนั้นเคยหารือกันไว้นานแล้ว แต่ 5 ปีข้างหน้าสถานการณ์เปลี่ยน จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง







