posttoday
รุ่นใหม่บริษัทสิ่งทอ ต่อยอดด้วยนวัตกรรม

รุ่นใหม่บริษัทสิ่งทอ ต่อยอดด้วยนวัตกรรม

15 มกราคม 2559

เมื่อไหร่ก็ตามที่ธุรกิจหยุดพัฒนา ธุรกิจนั้นกำลังเดินถอยหลังไปสู่จุดจบ แต่หากธุรกิจนั้นยังพัฒนาต่อเนื่อง ต่อให้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะเป็นขาลง ธุรกิจนั้นก็ยังมีลมหายใจต่อ

เมื่อไหร่ก็ตามที่ธุรกิจหยุดพัฒนา ธุรกิจนั้นกำลังเดินถอยหลังไปสู่จุดจบ แต่หากธุรกิจนั้นยังพัฒนาต่อเนื่อง ต่อให้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะเป็นขาลง ธุรกิจนั้นก็ยังมีลมหายใจต่อ

กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮบริด แฟบริค เปิดเผยว่า ก่อนมาทำไฮบริด แฟบริค เริ่มจากช่วยงานธุรกิจครอบครัวก่อน คือ บริษัท ที.ที.เอช. นิตติ้ง (ไทยแลนด์) ซึ่งเป็นบริษัทสิ่งทอ โดยเข้าไปดูแลการตลาดทั้งหมด ช่วงนั้นเป็นปีมหามงคลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสื้อสีเหลืองขายดีมาก บริษัทรับคำสั่งผลิตเสื้อสีเหลืองต่อเนื่อง แต่เป็นความคึกคักทางธุรกิจชั่วคราว จึงมองหาแนวทางให้ธุรกิจโตยั่งยืน

เริ่มจากพิจารณาช่องทางคำสั่งซื้อ พบว่าบริษัทรับจ้างผลิตเสื้อผ้าส่งให้องค์กร (โออีเอ็ม) โดยรับคำสั่งผ่านนายหน้า ผลิตส่งห้างค้าปลีก ประตูน้ำ โบ๊เบ๊ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เริ่มเห็นว่าบริษัทมีศักยภาพผลิตเสื้อผ้าได้หลายรูปแบบ จึงสร้างทีมงานฝ่ายขายเองเพื่อติดต่อลูกค้าองค์กรโดยตรง ไม่ผ่านนายหน้า

“ช่วงที่ช่วยงานบริษัทนี้ 5 ปีแรกเปลี่ยนวงการหลายอย่าง เช่น เดิมเสนอขายเสื้อผ้าเป็นโหล ก็ขายเป็นตัว ให้ลูกค้าซื้อแบบไม่มีขั้นต่ำ เลือกสีได้ตามต้องการ จากที่ปกติลูกค้าต้องรองาน 60 วัน ก็ลดจนเหลือ 14 วัน และเดิมบริษัทต่างๆ พิมพ์รายการเสื้อผ้าเป็นเล่มให้ลูกค้าเลือก บริษัทก็เป็นเจ้าแรกที่เริ่มทำรายการเสื้อผ้าออนไลน์ให้ลูกค้าเลือก มีแบบผ้าตามคุณสมบัติที่ลูกค้าต้องการ อาทิ ทนทานสูง สีไม่ซีด ซักแล้วไม่หดย้วย”

เมื่อช่วยงานบริษัท ที.ที.เอช. นิตติ้ง (ไทยแลนด์) กว่า 10 ปี ทำให้บริษัทพัฒนาเสื้อผ้านวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมากมายตามความต้องการลูกค้า กลายเป็นคลังความรู้ชั้นดีที่บริษัทอื่นเลียนแบบไม่ได้ อีกทั้งทำให้บริษัทผลิตเสื้อผ้าอื่น อยากซื้อผ้าที่มีนวัตกรรมที่บริษัทพัฒนาไปใช้ จึงตัดสินใจตั้งบริษัทใหม่ชื่อ บริษัท ไฮบริด แฟบริค เป็นบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายผ้า เพื่อเป็นวัตถุดิบให้บริษัทอื่นๆ นำไปตัดเย็บเสื้อผ้าต่อ

กิตติพงศ์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญธุรกิจเสื้อผ้ามี 3 เรื่อง คือ 1.วัตถุดิบ 2.การทอ และ 3.การย้อม บริษัทมีวัตถุดิบที่บริษัทอื่นเลียนแบบไม่ได้ เพราะสั่งซื้อวัตถุดิบได้ครั้งละมากๆ เลือกวัตถุดิบที่บริษัทอื่นอาจไม่มีกำลังมากพอสั่งได้ ด้านการทอ บริษัทใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรทันสมัยจากอิตาลี ต่างจากบริษัทอื่นใช้เครื่องจักรแบบเก่า เพราะเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ส่งเสริมการลงทุน มองธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ไม่มีอนาคต จึงไม่คุ้มที่จะลงทุนเพิ่ม

ด้านการย้อม บริษัทมีโรงย้อมในเครือที่ย้อมผ้าขั้นตอนสุดท้าย ใช้เทคโนโลยีทำให้ผ้ามีคุณสมบัติตามที่ลูกค้าต้องการ ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดจึงเอื้อต่อบริษัท ไฮบริด แฟบริค ในการเป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีผ้ารองรับความต้องการบริษัทเสื้อผ้าในตลาด ขณะที่บริษัท ที.ที.เอช. นิตติ้ง (ไทยแลนด์) ก็ให้คนในครอบครัวดูแลต่อ โดยแยกการดำเนินงานกันชัดเจน

ตัวอย่างผ้านวัตกรรมที่ผลิต เช่น ผ้าไฮบริด คอตตอน ที่มีคุณสมบัติดูดเหงื่อ แห้งสบาย ไม่หดย้วย ทนคลอรีน และไฮบริด แฟชั่น ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงไฮบริด คอตตอน แต่ราคาถูกกว่า โดยบริษัทไม่ได้กำหนดปริมาณผ้าขั้นต่ำสูง สั่งซื้อผ้าเพียง 1 กิโลกรัมได้ ไม่ต้องซื้อขั้นต่ำ 1,000 กิโลกรัม เพราะตระหนักว่ามีลูกค้าไม่กี่รายที่จะสั่งซื้อผ้าปริมาณมากระดับนี้ได้ แต่สั่งซื้อปริมาณน้อยก็จะมีราคาสูงกว่า

การที่บริษัทให้ลูกค้าสั่งผ้าปริมาณไม่สูงมากได้ เพราะมียอดคำสั่งซื้อมาจากบริษัทเสื้อผ้าจำนวนมาก ทำให้มีกำลังพอลงทุนซื้อวัตถุดิบมาสต๊อกไว้ ที่ผ่านมาจะเก็บสถิติว่าผ้าสีไหนความต้องการสูง จะสต๊อกสีนั้นมาก สีไหนความต้องการน้อยก็สต๊อกน้อย โดยมีสต๊อกทั้งผ้าสุก (ผ่านการย้อมแล้ว) และผ้าดิบ (ยังไม่ย้อม)

“บริษัท ไฮบริด แฟบริค เปิดยังไม่ถึง 1 ปี เป็นการทำธุรกิจกลุ่มบลูโอเชียน ยังไม่มีคู่แข่ง เพราะผ้าที่มีไม่เหมือนบริษัทผ้าอื่น การพัฒนาผ้าของบริษัทจะร่วมมือกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เวลาที่คิดค้นผ่านวัตกรรมใหม่ได้ จะนำไปทดสอบที่สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเพื่อรับใบรับประกันคุณสมบัติผ้าเป็นเครื่องการันตีให้ลูกค้าเชื่อมั่น”

กิตติพงศ์ กล่าวว่า ไฮบริด แฟบริค พัฒนาผ้านวัตกรรมใหม่ได้ เพราะนำผู้ที่รับผิดชอบงานผ้า 3 ด้าน คือ วัตถุดิบ ทอ และย้อม มาหารือร่วมกันภายใต้โจทย์เดียวกันว่า หากต้องการพัฒนาผ้าคุณสมบัติเช่นนี้ให้ขายได้ราคาเหมาะสม ต้องใช้ความรู้แต่ละด้านอย่างไรบ้างผสมผสานกัน ขณะเดียวกันก็ตั้งใจลงทุนกับบริษัทนี้ต่อเนื่อง โดยวางแผนซื้อเครื่องทอเทคโนโลยีใหม่เพิ่ม

อย่างไรก็ตาม กิตติพงศ์ ไม่ได้หยุดแค่บริษัท ไฮบริด แฟบริค ล่าสุดมีแนวคิดต่อยอดนวัตกรรมผ้าที่คิดค้นขึ้น ก่อตั้งบริษัทใหม่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าแบรนด์ตัวเอง เบื้องต้นจะใช้ชื่อแบรนด์ ไฮบริด สปอร์ต ผลิตเสื้อผ้ากีฬาที่ต้องใช้ผ้าประสิทธิภาพสูง เช่น สีไม่ตก เนื้อผ้าเหมาะกับกีฬาที่เล่นกลางแดด ยืดหยุ่นสูง ลดการเกิดกรดแลกติกเมื่อออกกำลังกายหนักๆ

แม้เศรษฐกิจไม่ดีนัก แต่ธุรกิจไฮบริด แฟบริค มีแนวโน้มโตได้ เพราะลูกค้าเริ่มมองหาผ้าฟังก์ชั่นที่มีนวัตกรรมใช้มากขึ้น เนื่องจากตอบโจทย์หลังทดลองใช้แล้วตามที่บริษัทนำผ้าไปเสนอ แม้สัดส่วนการขายจากผ้าฟังก์ชั่นยังไม่มากเท่าผ้าธรรมดา แต่แนวโน้มเติบโตสูง จากช่วงเพิ่งเปิดบริษัท สัดส่วนยอดขายไม่ถึง 10% ผ่านไปเกือบ 1 ปี สัดส่วนยอดขายขึ้นมาเป็น 20% แล้ว คาด 3 ปีข้างหน้า สัดส่วนยอดขายผ้าฟังก์ชั่นจะเกิน 50% ได้

กลยุทธ์เพิ่มยอดขายผ้าฟังก์ชั่น คือ ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าตัวเองต้องการผ้าแบบไหน เพราะลูกค้าที่มาซื้อผ้าอาจยังไม่ทราบว่าผ้ามีคุณสมบัติต่างกันตามต้องการได้ โดยจะใช้ช่องทางออนไลน์สร้างความเข้าใจ ทำเป็นข้อมูลกราฟฟิก คลิปวิดีโอ และลงโฆษณาตามนิตยสารฝ่ายจัดซื้อ

กิตติพงศ์ กล่าวว่า ธุรกิจสิ่งทอหากไม่พัฒนาผ้านวัตกรรมใหม่ ยังผลิตเสื้อผ้าแบบเดิมจะลำบาก เพราะค่าแรงขั้นต่ำสูงขึ้น สิ่งทอใช้แรงงานเป็นหลักได้รับผลกระทบสูง ธุรกิจจะไปต่อได้ด้วยคือการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผ้าที่ใช้เทคโนโลยีสูง ขณะเดียวกันผู้ที่จะบริหารธุรกิจสิ่งทอ ต้องอึด อดทนสูง เพราะธุรกิจนี้ใช้แรงงานคนมาก ต้องปวดหัวเรื่องการติดต่อคนมากที่สุด ต้องมีวิสัยทัศน์ประสานงานกับคน

ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่รู้จักพัฒนาธุรกิจอย่างมีนวัตกรรมสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไปต่อได้ และเชื่อได้ว่าธุรกิจจะมีอนาคตไกล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท