posttoday
สิ่งทอ-นุ่งห่มมองบวก หวังเออีซีดันส่งออกปี'59 โต

สิ่งทอ-นุ่งห่มมองบวก หวังเออีซีดันส่งออกปี'59 โต

15 มกราคม 2559

“ภาพรวมการส่งออกของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยในปี 2559 จะสามารถกลับมาโตที่ 2% ได้ โดยเครื่องนุ่งห่มจะเป็นตัวช่วย เพราะเครื่องนุ่งห่มเป็นสินค้าปัจจัย 4 แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงแค่ไหน ก็ยังมีการใช้จ่ายเพื่อซื้อเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม” วัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานบริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล  ระบุ

“ภาพรวมการส่งออกของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยในปี 2559 จะสามารถกลับมาโตที่ 2% ได้ โดยเครื่องนุ่งห่มจะเป็นตัวช่วย เพราะเครื่องนุ่งห่มเป็นสินค้าปัจจัย 4 แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงแค่ไหน ก็ยังมีการใช้จ่ายเพื่อซื้อเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม” วัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานบริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล  ระบุ

วัลลภ ขยายความเพิ่มว่า หากแยกเป็นรายกลุ่ม ปีนี้ กลุ่มสิ่งทอน่าจะทรงตัว เพราะในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการสิ่งทอไทยประมาณ 26 บริษัท 32 โรงงาน ที่ตัดสินใจขยายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี เพื่อหนีปัญหาขาดแคลนแรงงานและค่าจ้างแรงงานที่ปรับตัวขึ้นไป อีกทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอยังมีการแข่งขันด้านราคา
กันสูง

ขณะที่ตลาดเพื่อนบ้านอาเซียนที่ไทยเคยส่งออกไปก็มีปริมาณที่ลดลง เนื่องจากประเทศเวียดนามเริ่มมีการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอขึ้นเองภายในประเทศมากขึ้น จนกลายเป็นแหล่งลงทุนใหม่ของกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพราะเวียดนามยังมีทั้งแรงงาน ค่าจ้างไม่สูง และมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งออก (จีเอสพี) ที่ได้จากประเทศพัฒนาแล้ว ส่งผลให้อุตสาหกรรมสิ่งทอเวียดนามเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นและกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทยในเวลานี้

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าผู้ประกอบการไทยจะยอมแพ้ง่ายๆ เพราะที่ผ่านมามีความพยายามออกไปหาตลาดใหม่ในกลุ่มเอเชียใต้และซีแอลเอ็มวีมาทดแทนตลาดยุโรปและสหรัฐที่หดตัวลง

นอกจากนี้ การที่ผู้ประกอบการสิ่งทอไทยตัดสินใจขยับขยายฐานการลงทุนออกไปเพื่อนบ้าน ก็มีส่วนช่วยทดแทนตลาดส่งออกอื่นๆ ที่ลดลงได้เช่นกัน โดยเฉพาะการเข้าไปลงทุนในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีเพื่อใช้เป็นฐานในการส่งออกไปยังประเทศที่ 3 ซึ่งส่วนนี้มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 900 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกรวมที่ 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ การที่อัตราแลกเปลี่ยน (ค่าเงินบาท) อ่อนค่าลงก็เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมให้ภาพรวมการส่งออกของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มกลับมาเป็นบวกได้ ไม่ต้องติดลบต่อเนื่องเหมือนปีที่
ผ่านมา

ส่วนการแข่งขันของอุตสาหกรรมในอาเซียนนั้น ยอมรับว่า ตอนนี้ไทยยังคงมีความได้เปรียบอยู่ เพราะมีการลงทุนในอุตสาหกรรมต้นน้ำหลายตัว แต่ในอนาคตหากปล่อยไว้โดยไม่มีการปรับตัวหรือพัฒนา ก็เป็นไปได้ที่อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยจะถดถอยลงจนแข่งขันกับเพื่อนบ้านไม่ได้

ขณะเดียวกัน ก็หวังว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะช่วยให้การส่งออกอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยไปยังตลาดอาเซียนเติบโตมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนอยากให้รัฐบาลแสดงท่าทีเกี่ยวกับการเข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) และการทำข้อตกเขตการค้าเสรี ไทย-อียู (เอฟทีเอ) ให้ชัดเจนว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ เพราะเชื่อว่าหากรัฐบาลไทยแสดงท่าทีสนใจเข้าร่วมทีพีพีจะยังคงช่วยรักษาตลาดที่มีไว้ได้ เพราะจะมีผลทางจิตวิทยาต่อผู้ซื้อ ส่วนจะตัดสินใจเข้าร่วมจริงหรือไม่ ก็ยังมีเวลาให้ตัดสินใจอีกอย่างน้อย 2 ปี แต่หากไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาเลย ก็จะทำให้ผู้ซื้อไม่มั่นใจ แล้วหันไปซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างเวียดนามแทน

สอดคล้องกับ ถาวร กนกวลีวงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ที่มองว่า การเปิดเออีซีจะทำให้การส่งออกในภูมิภาคนี้ตื่นตัว พร้อมกันนี้ยังต้องติดตามผลกระทบทางจิตวิทยาข้อตกลง
ทีพีพี อาจทำให้คำสั่งซื้อล่วงหน้าไปอยู่ในประเทศสมาชิกทีพีพี โดยเฉพาะเวียดนาม ดังนั้นจึงเสนอให้รัฐแสดงท่าทีจะเข้าเจรจาในทีพีพีในรอบต่อไป รวมถึงเร่งเจรจาเปิดเสรีการค้าไทยกับสหภาพยุโรป
(เอฟทีเอ ไทย-อียู) เพื่อไม่กระทบการส่งออกของนุ่งห่มไทยในระยะยาว

“ยอมรับว่าการส่งออกของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มปีนี้น่าจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ไม่ติดลบต่อเนื่อง หลังจากปี 2558 มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ติดลบ 5% ส่วนการส่งออกปี 2557 ติดลบ 2% มูลค่าส่งออก 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 9 หมื่นล้านบาท” ถาวร คาดหวัง

เห็นความคาดหวังจากภาคเอกชนเช่นนี้แล้ว ก็คงต้องฝากความหวังที่ภาครัฐให้ช่วยกันเข็นอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตต่อไปได้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน