
มติคณะกรรมการเลือก "กฤษดา" นั่งผอ.ไทยพีบีเอสคนใหม่
คณะกรรมการนโยบายฯมีมติ 2 ใน 3 เลือก "กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์" เป็นผู้อำนวยการไทยพีบีเอสคนใหม่ เจ้าตัวหวังให้องค์กรเป็นกลไกขับเคลื่อนสังคม
คณะกรรมการนโยบายฯมีมติ 2 ใน 3 เลือก "กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์" เป็นผู้อำนวยการไทยพีบีเอสคนใหม่ เจ้าตัวหวังให้องค์กรเป็นกลไกขับเคลื่อนสังคม
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. คณะกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย มีมติสองในสามให้ นายกฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ เป็นผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) คนใหม่
ตามที่คณะกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) ได้เริ่มดำเนินการสรรหาผู้อำนวยการ ส.ส.ท.คนใหม่ มาตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2558 เพื่อคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ในกระบวนการคัดเลือกขั้นตอนสุดท้าย ในวันที่ 14 มกราคม 2559 ได้ดำเนินการสัมภาษณ์ผู้สมัครรับการสรรหาผู้อำนวยการ ส.ส.ท. รอบสุดท้าย จำนวน 5 คน และมีมติสองในสามให้ นายกฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ เป็นผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส)
นายกฤษดา กล่าวว่า ต้องการ เปลี่ยนแปลงไทยพีบีเอสให้เป็นมากกว่าสถานีโทรทัศน์ สู่กลไกขับเคลื่อนสังคมอย่างแท้จริง เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป คนทำสื่อไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่ในวงการสื่ออย่างเดียว เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคเป็นคนเลือกคอนเทนต์ ซึ่งเป็นมุมมองสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อ การมาสัมภาษณ์ครั้งนี้ ตนต้องการนำเสนอมุมมองใหม่ในด้านสื่อให้กับไทยพีบีเอส เพราะถ้าไทยพีบีเอสไม่สามารถมีมุมมองที่แตกต่างจากสื่ออื่นได้ ก็คงไม่ต่างจากสถานีโทรทัศน์อื่นที่เหมือนกันไปหมดในปัจจุบัน ฉะนั้นไทยพีบีเอส ต้องกล้ามองให้หลุดกรอบ และบูรณาการระบบการทำงาน
"ท่ามกลางโทรทัศน์ดิจิทัลที่เกิดใหม่จำนวนมาก ผมมองว่าแนวคิดและวิธีการทำงานแบบใหม่ของไทยพีบีเอส จะต้องไม่ใช่แค่สถานีโทรทัศน์อีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนสถานะเป็น ‘กลไกขับเคลื่อนสังคม’ ที่ต้องสร้างความแตกต่างและโดดเด่นให้สถานี โดยมุ่งเน้นประเด็นการขับเคลื่อนด้านสังคมให้เปลี่ยนแปลงในเชิงระบบ ผ่านการใช้การสื่อสารในทุกมิติ ทั้งเว็บไซต์ โทรทัศน์ รายการ ข่าว ทุกอย่างต้องบูรณาการกัน ต้องปรับปรุงการทำงานร่วมกับภาคีต่าง ๆ ให้มากขึ้น รวมถึงมุ่งสร้างอุดมการณ์สื่อสาธารณะอย่างแท้จริงในองค์กร และสร้างความคิดและมุมมองต่าง ๆ ให้สังคม"นายกฤษดากล่าว
นายกฤษฎา กล่าวว่า แม้ไม่เคยทำงานอยู่ในสถานีโทรทัศน์โดยตรง แต่มีประสบการณ์ในเรื่องการออกแบบการสื่อสารมานานกว่า 14 ปี เห็นได้จากผลงานเคมเปญใหญ่ ๆ ที่ผ่านมา เมื่อครั้งทำงานอยู่ใน สสส. ซึ่งทุกประเด็นใช้การสื่อสารทั้งนั้น อีกทั้ง ช่วงที่ผ่านมา ได้สนับสนุนการผลิตรายการต่าง ๆ กว่า 150 รายการ ฉะนั้น ตนจึงเข้าใจวิธีการเลือกคอนเทนต์และมุมมองการเสนอข่าว
ในขั้นตอนต่อไป จะมีการเชิญ ผู้ได้รับการคัดเลือกมาเจรจาตกลงรายละเอียดของสัญญาจ้าง ก่อนการทำสัญญาจ้างซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายต่อไป







