posttoday
แนะขาย LPN ไม่ได้ดีกระตุ้นเศรษฐกิจ

แนะขาย LPN ไม่ได้ดีกระตุ้นเศรษฐกิจ

14 มกราคม 2559

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) จะเผชิญกับความท้าทายไปอีกหลายปี โดยยอดขายเดือน พ.ย.และ ธ.ค.ไม่ได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) จะเผชิญกับความท้าทายไปอีกหลายปี โดยยอดขายเดือน พ.ย.และ ธ.ค.ไม่ได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์

บล.ธนชาต มองว่า บริษัทต้องเพิ่มยอดขายในปีนี้ เพราะมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ปี 2550 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และหุ้น LPN ไม่ได้ราคาถูก ซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ปี 2559 ที่ 8.1 เท่า เทียบกับกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่เติบโต 6% และติดลบ 9% ในปี 2550 ดังนั้น จึงคงคำแนะนํา “ขาย” ราคาเป้าหมาย 13.50 บาท/หุ้น

แม้จะเริ่มใช้มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2558 แต่ LPN ยังมียอดขายที่อ่อนแอที่ 999 ล้านบาท ในเดือน พ.ย. และ 949 ล้านบาท ในเดือน ธ.ค. ต่ำกว่ายอดขายเฉลี่ยต่อเดือนอื่นที่ 1,260 ล้านบาท ในช่วง 10 เดือนแรก ปี 2558 มาก ทำให้ไตรมาส 4 ปี 2558 เป็นไตรมาสที่มียอดขายต่ำที่สุด และทำให้ยอดขายปี 2558 อยู่ที่ 1,450 ล้านบาท (ลดลง 15% จากปี 2557) ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัท และประมาณการของ บล.ธนชาต ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท ตรงกันข้ามกับตลาดโดยรวมที่มียอดขายไตรมาส 4 ได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ยอดขายที่อ่อนแอสะท้อนความต้องการคอนโดมิเนียมระดับล่างที่อ่อนแอ และลูกค้าของ LPN ไม่อ่อนไหวต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เร่งโอนเพื่อให้ได้ประโยชน์ทางภาษี

ประโยชน์ประการเดียวที่ LPN ได้จากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ คือ การประหยัดภาษีบนค่าธรรมเนียมการโอน 1% ไปจนถึงวันที่ 28 เม.ย. 2559 จาก 9 คอนโดใหม่ที่จะแล้วเสร็จในปีนี้ LPN มีแผนจะก่อสร้าง 6 โครงการให้แล้วเสร็จ (มลูค่าโครงการ 1.2 หมื่นล้านบาท และมีงานในมือ 8,200 ล้านบาท) ก่อนมาตรการสิ้นสุด ดังนั้นจึงคาดว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการขายและการบริหารต่อยอดขายปีนี้จะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 11% ทั้งที่มีแผนการที่จะเปิดโครงการใหม่เพิ่มสองเท่าเป็น 1.7 หมื่นล้านบาท ในปี 2559

แม้จะมีงานในมือ 1.19 หมื่นล้านบาท สำหรับรับรู้รายได้ในปีนี้ แต่งานในมือของปีหน้ามีจำนวนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 396 ล้านบาท (3% ของประมาณการรายได้จากคอนโดปี 2550) ดังนั้นบริษัทจำเป็นต้องเร่งเปิดโครงการในปีนี้โดยเฉพาะในครึ่งปีแรกเพื่อรับรู้ยอดขายภายในปี 2550

บริษัทตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ มูลค่ามากกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ 8,500 ล้านบาท โครงการที่มีในมือแล้ว คือ 4 โครงการคอนโด มูลค่า 5,600 ล้านบาท ที่เลื่อนเปิดตัวในปีนี้ ได้แก่ ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (เฟส 3) ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม (เฟส 2) ลุมพินี ซีวิว ชะอำ และลุมพินีเพลส หัวหิน และมีที่ดิน 2 แปลงแล้วที่ราชพฤกษ์และรัตนาธิเบศร์ ทั้งนี้คาดว่ายอดขายจะเติบโต 10% มาอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาทในปีนี้ ต่ำกว่าเป้าหมายของ LPN ที่ 1.76 หมื่นล้านบาท

LPN กำลังเผชิญกับงานหนักในปีนี้และต่อเนื่องไปยังปีหน้า ขณะที่บริษัทจำเป็นต้องผลักดันยอดขายเพื่อรองรับรายได้ในปีหน้า เมื่อไม่คาดว่ายอดขายคอนโดระดับล่างจะแข็งแกร่ง บริษัทต้องรับรู้งานในมือ เป็นรายได้ใหม่มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เนื่องจากงานในมือส่วนใหญ่เป็นงานในโครงการระดับล่างที่มีความเสี่ยงที่จะถูกยกเลิก

บล.ธนชาต ปรับกำไรเพื่อสะท้อนยอดขายปี 2558 อัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใหม่ที่ต่ำลง จึงปรับกำไรปี 2558-2560 เล็กน้อย แต่ปรับกำไรปี 2561-2569 ลง 5% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำลง ราคาเป้าหมายปรับลง 7% มาอยู่ที่ 13.5 บาท/หุ้น และคาดว่า EPS จะโต 6% ในปี 2559 และหดตัวลง 9% ในปี 2560

"เราคาดว่าปันผลจ่ายสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง 2558 จะอยู่ที่ 0.59 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนที่ 3.8%" บล.ธนชาต ระบุ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี