
ภัยโมบายแบงก์กิ้งพุ่งติดท็อปเทน
จากสถิติการตรวจจับด้านความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ แลป ประจำปี 2558 ที่ผ่านมา ครอบคลุมกว่า 200 แห่งทั่วโลก ระบุเทรนด์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก นั่นคือภัยคุกคามการเงินโมบาย ซึ่งติดหนึ่งใน 10 โปรแกรมมุ่งร้ายที่ออกแบบเพื่อขโมยเงิน
จากสถิติการตรวจจับด้านความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ แลป ประจำปี 2558 ที่ผ่านมา ครอบคลุมกว่า 200 แห่งทั่วโลก ระบุเทรนด์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก นั่นคือภัยคุกคามการเงินโมบาย ซึ่งติดหนึ่งใน 10 โปรแกรมมุ่งร้ายที่ออกแบบเพื่อขโมยเงิน
ยูริ นาเมสนิคอฟ นักวิจัยอาวุโสด้านความปลอดภัย ทีมวิเคราะห์และวิจัยระดับโลก แคสเปอร์สกี้ แลป กล่าวว่า ในปี 2558 อาชญากรไซเบอร์ทุ่มเทเวลาและทรัพยากรในการพัฒนาโปรแกรมกลโกงการเงินสำหรับโมบายดีไวซ์ เพราะในปัจจุบันมีผู้ใช้จำนวนหลายล้านคนทั่วโลกที่ใช้สมาร์ทโฟนในการจ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการ ทำให้คาดการณ์เทรนด์ปี 2559 ได้ว่า มัลแวร์โมบายแบงก์กิ้งจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอีก
ประเด็นที่สำคัญอีกประการ คือ โมบายแบงก์กิ้งโทรจันสองตระกูล คือ Faketoken และ Marcher ได้ถูกตรวจพบและจัดอยู่ในท็อปเทนมัลแวร์ทางการเงิน โดย Marcher จะขโมยรายละเอียดการจับจ่ายใช้สอยผ่านแอนดรอยด์ดีไวซ์ สำหรับ Faketoken จะทำงานร่วมกับโทรจันในคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จะถูกหลอกให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน แต่ที่จริงแล้วเป็น
โทรจันที่คอยดักจับรหัสยืนยันการทำธุรกรรมทางการเงิน
ทั้งนี้ ในปี 2558 โซลูชั่นของแคสเปอร์สกี้ แลป สามารถบล็อกการพยายามขโมยเงินผ่านระบบออนไลน์แบงก์กิ้งและคอมพิวเตอร์จำนวนเกือบ 2 ล้านครั้ง โดยเพิ่มขึ้น 2.8% จากปี 2557
นอกจากนี้ ยังพบเทรนด์หลักอื่นๆ ในปี 2558 ได้แก่ อาชญากรไซเบอร์เปลี่ยนจากการโจมตีมัลแวร์เป็นการเพิ่มความรุนแรงในการแพร่กระจายแอดแวร์ เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกพิจารณาคดีอาญาจากคดี โดยพบแอดแวร์ติดอันดับ 12 จาก 20 ภัยคุกคามผ่านเว็บ และโปรแกรมการโฆษณาถูกลงทะเบียนในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ 26.1%
แคสเปอร์สกี้ แลป ยังสังเกตเห็นเทคนิคใหม่ในการทำเอ็กซ์พลอต์ เชลล์โค้ด และเพย์โหลด เพื่อให้การตรวจจับและวิเคราะห์โค้ดได้ยากขึ้นอีกด้วย
สำหรับประเทศที่เป็นแหล่งเพาะมัลแวร์ในทรัพยากรออนไลน์ 3 อันดับแรก คือ สหรัฐอเมริกา (24.2%) เยอรมนี (13%) และเนเธอร์แลนด์ (10.7%)







