
หนุนรายย่อยลาวสู่อาเซียน
เน้นร่วมทุนและพัฒนาธุรกิจ แนะทำงานกับรัฐอย่างใกล้ชิด
เน้นร่วมทุนและพัฒนาธุรกิจ แนะทำงานกับรัฐอย่างใกล้ชิด
หอการค้าลาวแนะรายย่อยปรับตัวรับเออีซี ดำเนินธุรกิจร่วมกับรายย่อยอาเซียน
วาลี เวสพงศ์ รองประธานสภาหอการค้าแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เออีซี) เป็นการเปิดโอกาสและสร้างความท้าทายทางธุรกิจในกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในประเทศลาว แต่จะเผชิญปัญหาด้านความท้าทายมากกว่าโอกาส พร้อมแนะรายย่อยสร้างเครือข่ายทางธุรกิจร่วมกับรายย่อยอื่นในประเทศสมาชิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
“เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจเอสเอ็มอีในลาว เราต้องดำเนินธุรกิจร่วมกับผู้ประกอบการในอาเซียน ในลักษณะธุรกิจร่วมทุน ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น เพื่อดึงดูดให้ธุรกิจรายอื่นสนใจร่วมทำธุรกิจกับเรา” วาลี เวสพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี รัฐบาลและภาคธุรกิจในประเทศควรทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคธุรกิจและหารือถึงทางออกในประเด็นต่างๆ ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจ
ในขณะเดียวกัน รองประธานหอการค้าลาวยังเรียกร้องให้ผู้ประกอบการในประเทศมีความซื่อตรงในการดำเนินธุรกิจด้วย โดยการจ่ายภาษีตามกำหนดและจัดกิจกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม (ซีเอสอาร์)
ด้าน ลีเบอร์ ลีบัวเพา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์แห่งชาติลาว ระบุ การเปิดเออีซีจะไม่มีการคุ้มครองสินค้าท้องถิ่น ทำให้ธุรกิจในประเทศต้องปรับตัวให้แข็งแกร่งที่สุดเพื่อความอยู่รอด
“ต้องยอมรับว่าธุรกิจบางประเภทของลาวไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจจากอาเซียนได้ และบางรายต้องดิ้นรนเพื่อให้ก้าวทันธุรกิจอาเซียน” ลีเบอร์ ลีบัวเพา กล่าว
อย่างไรก็ดี เออีซีจะเป็นการเปิดโอกาสทางการค้าในภูมิภาคมากขึ้น ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่พัฒนาในหลายๆ ประเทศในอาเซียนก็เป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในโครงการพัฒนาดังกล่าว เหมือนเช่นจีนที่ตัดสินใจลงทุนโครงการรางรถไฟเชื่อมระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์กับชายแดนของจีน
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจในอาเซียนจำนวนไม่น้อยที่หันมาขยายธุรกิจในประเทศลาว สวนทางกับธุรกิจลาวที่ขยายออกนอกประเทศมีจำนวนน้อย
ทั้งนี้ การที่ลาวเป็นประธานอาเซียนและเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเซียนซัมมิทในปี 2016 ส่งผลดีต่อชื่อเสียงของประเทศให้กว้างไกลสู่ระดับสากล แต่การปรับลดกำแพงภาษีสินค้าอาจทำให้ลาวต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อรักษาระดับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับสูง







