posttoday
เทคนิค ‘สตาร์ทอัพ’ Think Big Start Small

เทคนิค ‘สตาร์ทอัพ’ Think Big Start Small

14 มกราคม 2559

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

ในช่วงปี 2558-2559 นี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการใหม่ ทั้งธุรกิจทั่วไป “สตาร์ทอัพ” และธุรกิจที่นำเทคโนโลยีมาใช้เป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ “เทก สตาร์ทอัพ” โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้เปิดตัวโครงการเครือข่ายสตาร์ทอัพนักศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรรมและต่อยอดเชิงพาณิชย์ขึ้น พร้อมเปิดเวทีสัมมนาในหัวข้อ สตาร์ทอัพ : สตาร์ท ทูเกเธอร์ (Startup : Start Together)

ศุภชัย จงศิริ คณะกรรมการบริหาร สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวว่า ขณะนี้ซิป้าเตรียมคุยกับ 40 มหาวิทยาลัย จัดทำโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่กลุ่มเทก สตาร์ทอัพ พร้อมวางแผนการประกวดสุดยอดแนวทางธุรกิจ จาก 500 ผลงาน คัดเลือกเหลือ 100 ผลงาน และคัดเหลือจนถึง 40 และ 10 ผลงานสุดท้ายตามลำดับ ซึ่งในรอบลึกๆ นี้จะเริ่มเข้าสู่ระบบอะคาเดมี หรือสถาบันที่จะมีผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งในและต่างประเทศร่วมดูแล รวมถึงในช่วงนี้จะเริ่มมีกองทุนร่วมทุน (วีซี) ที่สนใจเข้ามาอุดหนุนเงินทุนด้วยเช่นกัน

เฉลิมพล ตู้จินดา ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) กล่าวว่า การพัฒนาสตาร์ทอัพในไทยจะต้องได้รับการสนับสนุนแนวคิดต่างๆ จากทั้งระดับมหาวิทยาลัยและซิป้า เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่เข้ามารองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ของประเทศ ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเทก สตาร์ทอัพ ซึ่งเป็นธุรกิจที่พัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการด้วยเทคโนโลยี โดยผู้เริ่มต้นธุรกิจหรือสตาร์ทอัพนั้นควรจะเริ่มจากจุดคิดให้ยิ่งใหญ่ แต่เริ่มต้นให้เล็ก

สำหรับรูปแบบธุรกิจ (บิซิเนส โมเดล) สำคัญของสตาร์ทอัพนั้น คือ ควรมีความยืดหยุ่น โดยประกอบด้วย 3 กุญแจหลัก (คีย์ ซัคเซส) ดังนี้ 1.คุณค่าทางความคิดสร้างสรรค์ (Creative Value) 2.รายได้ (Revenue) และ 3.สร้างผลกำไร (Make Profit) โดยไม่ว่าธุรกิจใดๆ มี 3 คีย์หลักนี้แล้วธุรกิจจะไปรอดแน่นอน

“ปัจจุบันเราอยู่ในโลกของวิสดอม อีรา ที่ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในอินเทอร์เน็ต ในกูเกิล ในคลาวด์ คอมพิวเตอร์ ที่สามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลจำนวนมาก เป็นบิ๊กดาต้าที่สามารถมองหาโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการต่างๆ ที่ตอบโจทย์วิสดอม อีรา อย่างการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกลั่นกรองจำนวนข้อมูลปริมาณมากๆ ที่มีอยู่ในตลาดได้” เฉลิมพล กล่าว

ดอน อิศรากร ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายนวัตกรรม สจล. กล่าวว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยวางกลไกต่างๆ เพื่อรองรับแนวทางดังกล่าวไว้ดีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาเห็นว่ายังไม่ได้ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างเต็มที่ไปยังกลุ่มนักศึกษา ซึ่งจากนี้ไปจะต้องเร่งผลักดันเรื่องดังกล่าวมากขึ้น ทั้งการวางแผนดูงาน โดยเฉพาะด้านสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาโดยตรง

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการปรับปรุงกระบวนการงานวิจัยรูปแบบใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่ตัวเอกสาร (เปเปอร์) งานวิจัย ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ติดกับดักอยู่ในเดด วัลเลย์ หุบเขามรณะ ที่ไม่สามารถทำให้เข้าถึงทุนวิจัยได้ ซึ่งเห็นว่าจะต้องเข้าปิดช่องว่าง (แก๊ป) ในจุดนี้ให้ได้ด้วย เพื่อให้งานวิจัยต่อยอดไปสู่การทำธุรกิจ เป็นงานวิจัยที่แก้ปัญหาได้จริง เพื่อสร้างให้เป็น ดีมานด์ ดริฟเวน รีเสิร์ช
จุดเริ่มต้นงานวิจัยนวัตกรรม

ธีระ ศิริเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (ซีโอโอ) และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท กอล์ฟดิกก์ กล่าวว่า สตาร์ทอัพจะมีความแตกต่างไปจากธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วไป ด้วยผู้เริ่มต้นทำธุรกิจจะต้องคิดรูปแบบ (โมเดล) ที่สามารถขยายสเกล ต่อออกมาได้จริงๆ เมื่อธุรกิจนั้นๆ เดินมาถึงจุดที่เหมาะสมกับตลาดแล้ว ที่จะต้องสามารถขยายการทำงานให้บริการไปได้อย่างรวดเร็ว

“อย่างแอพพลิเคชั่น อินสตาแกรม ที่พัฒนาขึ้นจากกลุ่มคนไม่ถึง 10 คน ซึ่งนับจากเปิดตัวบริการก็มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลังๆ แต่แอพดังกล่าวก็สามารถขยายตัวเพื่อรองรับการใช้งานได้ทันเช่นกัน” ธีระ กล่าว

สิ่งที่สตาร์ทอัพจะต้องมี คือ 1.ทีม หรือ คน ซึ่งสำคัญที่สุด ทั้งผู้พัฒนาธุรกิจ (บิซิเนส ดีเวลอปเปอร์) เป็นผู้ที่เข้ามาจัดการเรื่องไอเดียต่างๆ หรือโปรแกรมเมอร์เพื่อพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นมาจากแบบร่าง และศิลปิน (อาร์ติสต์) ผู้ที่เข้ามาเชื่อมต่อเทคโนโลยีให้ออกมาเป็นภาษาหรือการใช้งานที่ง่ายขึ้น 2.ทุนในการพัฒนาธุรกิจ และ 3.การให้บริการผลิตภัณฑ์ (โปรดักต์ เซอร์วิส) อย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล