
นายกฯเยือนตลาดหุ้นปลุกเชื่อมั่น
นายกฯ เยือนตลาดหลักทรัพย์ฯ 15 ม.ค. พูดบทบาทตลาดทุนและแผนพัฒนา
นายกฯ เยือนตลาดหลักทรัพย์ฯ 15 ม.ค. พูดบทบาทตลาดทุนและแผนพัฒนา
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่าวันที่ 15 ม.ค.นี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมาที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อบรรยายบทบาทความสำคัญของตลาดทุน และกรอบแนวทางแผนพัฒนาตลาดทุน โดยมีปลัดกระทรวงการคลังพูดถึงแผนพัฒนาตลาดทุน
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เคยมาเยือนตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ในช่วงที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
รองผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ในปี 2559 จะเป็นปีของความไม่แน่นอนสูง หุ้นจะมีความผันผวนทั้งจากปัจจัยต่างประเทศและในประเทศ เป็นผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ถ้ากองทุนต่างประเทศปรับพอร์ตขายหุ้นจีนออกมาก็ต้องขายหุ้นในตลาดเอเชียออกมาด้วย รวมถึงเรื่องราคาน้ำมันที่ลดลงย่อมส่งผลกระทบ สินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ อย่าง ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง เอทานอลด้วย แม้จะส่งผลดีต่อต้นทุนระบบขนส่งโลจิสติกส์ แต่มีผลกระทบมากกว่าด้านกำลังซื้อกลุ่มรากหญ้า
ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป สิ่งที่ต้องจับตาคือปัญหาการเมืองระหว่างประเทศที่จะกระทบจิตวิทยาการลงทุน เช่น การก่อการร้ายที่ปารีส หรือปัญหาระหว่างซาอุดิอาระเบียกับอิหร่าน
สำหรับปัจจัยต่างประเทศต้องระวังเรื่องของราคาน้ำมัน ที่อาจจะมีผลต่อการปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจไทย การส่งออก และการลงทุนในประเทศ ที่ภาครัฐมีนโยบายตั้งแต่ปีก่อนและเริ่มทยอยดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ต้องคอยดูคือจะทำให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนตามขนาดไหน รวมถึงการบริโภคจะกลับมาได้หรือไม่ เพราะยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากปัจจัยนี้อย่างชัดเจน
นายภากร กล่าวว่า เชื่อว่าเม็ดเงินต่างชาติมีโอกาสกลับเข้ามาในหุ้นไทย จากอัตราราคาปิดต่อกำไร (พี/อี) อนาคตของไทยอยู่ที่ 14.51 เท่า ใกล้เคียงกับ พี/อี เฉลี่ยของภูมิภาคที่ 14.68 เท่าแล้ว เท่ากับว่าหุ้นไทยไม่ได้ แพงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ไม่ใช่ พี/อี ในอดีตที่ 22.57 เท่า ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับเฉลี่ยของภูมิภาค 16 เท่า
นอกจากนั้น หากยึดตามหลักสถิติจากหลายวิกฤต เช่น วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์หุ้นไทยใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 8 เดือน หากเทียบตอนหุ้นจีนลงรุนแรงถึง 30 % ในเดือน ก.ค. 2558 ตอนนี้ผ่านมา 5-6 เดือนแล้ว และสัดส่วนต่างชาติถือหุ้นไทยระยะยาว 31 % ก็เป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 10 ปีแล้ว จากที่เคยถือครองสูงสุดถึง 37 %
“ผู้ลงทุนควรเลือกลงทุนเป็นรายตัวมากกว่ามองภาพใหญ่ของเศรษฐกิจอย่างเดียว และเร็วๆ นี้ตลท.จะมีการนำเสนอข้อมูลหุ้นที่อัตราการจ่ายปันผลที่ดี สูงสุด และต่อเนื่องเพื่อเป็นช่องทางหนึ่งให้กับผู้ลงทุน พร้อมแนะนำวิธีการลงทุนแบบถั่วเฉลี่ย” นายภากร กล่าว
นอกจากนั้น ราคาน้ำมันที่ลดลงมากทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็คแคป) รายอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงไป ตอนนี้อันดับหนึ่ง คือ กลุ่มบริการ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มการเงิน กลุ่มพลังงาน และกลุ่มสื่อสาร จากเดิมเป็นกลุ่มพลังงาน รองลงมา คือ กลุ่มการเงินและการสื่อสาร







