
ซัมมิทงัดแผนคุมหนี้เสียปูด
ซัมมิท แคปปิตอลฯ งัดกลยุทธ์ลดหนี้เสีย รับมือภัยแล้งทำเกษตรกรรายได้หด
ซัมมิท แคปปิตอลฯ งัดกลยุทธ์ลดหนี้เสีย รับมือภัยแล้งทำเกษตรกรรายได้หด
นายวิชิต พยุหนาวีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรอกลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มากขึ้น เพื่อให้อัตราลูกค้าผิดนัดชำระหนี้เกิน 1 วัน ปรับลดลงมาเหลือได้ประมาณ 10% ใกล้เคียงกับปี 2557 หลังจากที่ปี 2558 ได้ปรับสูงขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 12% ตามผลกระทบที่ลูกค้าได้รับจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและราคาสินค้าเกษตรที่ลดลง
“หากนับเฉพาะตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่มีหนี้ค้างเกิน 90 วัน เราจะอยู่ที่ 1.4% ซึ่งถือว่าไม่สูงมากนักและคาดว่าปีนี้จะลดลงมาได้อยู่ที่ 1% หลังจากปีที่ผ่านมา เราได้ขยายธุรกิจไปหลายภาค เช่น ภาคอีสานในกลุ่มลูกค้าเกษตรกรรม ทำให้เรารู้แล้วว่าจะดูแลลูกค้ากลุ่มเกษตรกรรมอย่างไร โดยเฉพาะการรับมือกับปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น” นายวิชิต กล่าว
นายวิชิต กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ให้ได้ 1 แสนคัน หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท จากยอดขายรถจักรยานยนต์ประมาณ 1.68 ล้านคัน เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่มียอดขายรถจักรยานยนต์ 1.67 ล้านคัน และบริษัทปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 7.8 หมื่นคัน และมีสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 4,420 ล้านบาท ขณะที่ปี 2557 ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 6 หมื่นคัน มีสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 3,300 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทจะใช้กลยุทธ์ขยายสาขาให้ได้เดือนละ 1 แห่ง เพิ่มเป็น 40-45 แห่งภายในปี 2560 เพื่อเพิ่มพื้นที่บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 24 แห่ง ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อเพิ่มได้เป็นเดือนละ 1 หมื่นคัน และขึ้นเป็นที่ 1 ของตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ได้
นอกจากนี้ จะต้องมีการทำควบคู่ไปกับการรักษาฐานลูกค้าเก่าและเพิ่มพันธมิตรที่เป็นตัวแทนขายรถหรือดีลเลอร์ให้มากขึ้น รวมถึงการเพิ่มและพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และรักษางานบริการด้านการอนุมัติที่รวดเร็วภายใน 30 นาทีให้ได้ โดยภายในไตรมาส 2 นี้ บริษัทเตรียมที่จะออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวใหม่ เพื่อมาแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อก้าวเข้าสู่ผู้ให้บริการสินเชื่อผู้บริโภครายย่อยเต็มรูปแบบ
“ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของประเทศไม่ดี การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเติบโตเพียง 1.7% ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ลดลงต่อเนื่อง แต่เราก็เติบโตสวนทางตลาด ปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น 37% แบ่งเป็นเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 45% รองลงมาก็เป็นภาคตะวันออก 40% ส่วนที่เหลือก็เป็นภาคอีสานและภาคใต้รวมกันอีก 15% จึงมั่นใจได้ว่าปีนี้จะทำได้ตามแผนที่วางไว้ แม้ว่าสภาพการแข่งขันโดยรวมจะยังรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งสำคัญที่จะชนะคู่แข่งได้ก็คงเป็นเรื่องของการให้บริการมากกว่าเรื่องราคา” นายวิชิต กล่าว







