
ตลท.คุยสถาบันประเมินตลาด
ตลาดหลักทรัพย์เชิญนักลงทุนสถาบันไทยหารือสถานการณ์หุ้น กบข.แนะให้ข้อมูล
ตลาดหลักทรัพย์เชิญนักลงทุนสถาบันไทยหารือสถานการณ์หุ้น กบข.แนะให้ข้อมูล
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เปิดเผยว่า วันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เชิญนักลงทุนสถาบันในประเทศ เช่น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนประกันสังคมและนักวิเคราะห์หลักทรัพย์มาพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสะท้อนมุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ปรับตัวลง
ทั้งนี้ การหารือในครั้งนี้ยังไม่มีมาตรการอะไรออกมา โดยเบื้องต้นมีข้อสรุปว่าจะมีการจัดสัมมนา “ไทย ไฟต์ 2” แต่ยังไม่ได้สรุปเรื่องตรีมของการจัดสัมมนา คาดว่าเกิดขึ้นในไตรมาสแรกปี 2559 รอให้สถานการณ์ต่างๆ เห็นความชัดเจนและดูดีขึ้นก่อน
นางวรวรรณ คาดว่านักลงทุนต่างประเทศยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าเม็ดเงินที่ขายออกมาจะไม่มาก เพราะที่ผ่านมาได้มีการขายออกไปมากแล้ว จึงไม่กังวลเกี่ยวกับนักลงทุนต่างประเทศจะมีการขายสุทธิ แต่ส่วนตัวกังวลในเรื่องของตลาดพันธบัตร หากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น เชื่อว่าจะมีเงินไหลออกจากตลาดพันธบัตรจำนวนมาก เพราะปัจจุบันเม็ดเงินต่างชาติก็อยู่ในตลาดนี้ในระดับที่สูง
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า จากการหารือกันได้เสนอให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงแก่นักลงทุนไทย ทั้งที่เป็นรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงผู้ที่ติดตามเรื่องการลงทุนด้วย เพื่อให้มีข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจในการลงทุน แต่ข้อมูลที่ให้จะต้องเป็นเรื่องในอนาคต
สำหรับข้อมูลที่ต้องการให้เปิดเผย ได้แก่ สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยจะดีขึ้นหรือจะแย่ลง รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศจีนที่มีความกังวลและมีผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นในขณะนี้ ซึ่งน่าจะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อเท็จจริงว่ากำลังจะเกิดปัญหากับเศรษฐกิจจีนหรือไม่
ขณะเดียวกัน แรงขายของนักลงทุนต่างประเทศก็ต้องมีข้อมูลว่านักลงทุนกลุ่มนี้จะขายหุ้นไปถึงไหน โดยใช้ข้อมูลของการซื้อและขายสุทธิในแต่ละปี และตอนเข้ามาซื้อสุทธิตอนนั้นดัชนีอยู่ที่ระดับใด ซึ่งทราบว่าแรงขายหุ้นที่ออกมามากก่อนหน้านี้จะยังขายได้อีกหรือมากเพียงใด
นายสมบัติ กล่าวว่า ตลาด หลักทรัพย์ ควรให้ข้อมูลปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยให้แก่นักลงทุน เช่น อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลและสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) จากประมาณการผลกำไรในปี 2559 เพื่อให้นักลงทุนมีข้อมูลในการตัดสินใจว่าควรจะเข้าไปซื้อหุ้น เพื่อรับผลตอบแทนปันผลที่น่าสนใจ รวมถึงราคาหุ้นยังไม่แพง หากใช้พี/อี หรือผลตอบแทนปันผลในอดีตก็ไม่สะท้อนถึงข้อเท็จจริง หลังจากราคาหุ้นปรับตัวลงไปมากแล้ว







