
Iames ผ้าไทยวัยรุ่นใส่ได้
สินค้าเครื่องแต่งกายและของตกแต่ง ภายใต้แบรนด์ เอ็มเมส (IAMES) ที่ยึดทำเลในย่านการค้าตลาดนัดสวนจตุจักรเปิดหน้าร้านเป็นแห่งแรกเมื่อราว 3 ปีก่อน จากการสร้างแบรนด์ที่มาพร้อมกับแนวคิดสินค้าของใช้เครื่องแต่งกายจากผ้าไทยที่คนรุ่นใหม่สวมใส่ได้
สินค้าเครื่องแต่งกายและของตกแต่ง ภายใต้แบรนด์ เอ็มเมส (IAMES) ที่ยึดทำเลในย่านการค้าตลาดนัดสวนจตุจักรเปิดหน้าร้านเป็นแห่งแรกเมื่อราว 3 ปีก่อน จากการสร้างแบรนด์ที่มาพร้อมกับแนวคิดสินค้าของใช้เครื่องแต่งกายจากผ้าไทยที่คนรุ่นใหม่สวมใส่ได้
พิมพรรณ วรณัฐสุนทร เจ้าของธุรกิจสินค้าของประดับตกแต่งแบรนด์เอ็มเมส (IAMES) เล่าว่า เริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวครั้งแรกภายใต้แบรนด์ดังกล่าวเมื่อราว 3 ปีก่อน ด้วยทุนจากเงินเดือนก้อนสุดท้ายราวๆ หมื่นบาท ในการเสาะหาวัสดุอย่างผ้าพื้นเมืองเพื่อนำมาใช้ในการตัดเย็บและสร้างชิ้นงาน โดยใช้แหล่งวัตถุดิบผ้าพื้นเมืองใน จ.เชียงใหม่ เป็นหลัก
“คอนเซ็ปต์แรกของการทำธุรกิจตัวนี้ คือ อยากใช้ผ้าไทย อย่างผ้าเมืองชาวเขาเผ่าต่างๆ นำมาประยุกต์ตัดเย็บเป็นชุด เสื้อผ้า ของตกแต่งต่างๆ ที่วัยรุ่นสามารถนำมาใส่ได้” พิมพรรณ เล่า
เมื่อวางแนวคิดของผลิตภัณฑ์ได้แล้ว จึงเริ่มลงมือตัดเย็บพร้อมทดลองขายเป็นครั้งแรก ในชุดกระโปรงผ้าฝ้าย ที่ถนนคนเดิน จ.เชียงใหม่ วางขายตัวละ 390 บาท ซึ่งก็ได้ผลตอบรับดีมีคนสนใจมาดูมาซื้อ จากนั้นจึงต่อยอดมาสู่การทำสินค้าเพื่อวางจำหน่ายอย่างจริงจัง พร้อมใช้ย่านการค้าตลาดนัดสวนจตุจักรเป็นสถานที่เปิดตัวสินค้าภายใต้แบรนด์เอ็มเมส
ในช่วงแรกของการทำธุรกิจนั้น ยอมรับว่าเป็นช่วงของการลองผิดลองถูก แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้เรียนรู้ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าออกมาให้ตรงกับความชื่นชอบของลูกค้า โดยปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักกว่า 90% จะเป็นชาวต่างชาติแถบยุโรป เช่น ฝรั่งเศส และเอเชีย อย่างในญี่ปุ่น เป็นต้น และอีก 10% จะเป็นกลุ่มลูกค้าในประเทศที่เป็นคนรุ่นใหม่ ชื่นชอบการแต่งตัวเรียบ เก๋ มีสไตล์ไม่เหมือนใคร
ปัจจุบันสินค้าภายใต้แบรนด์เอ็มเมส ยังได้ขยับขยายอีก 2 สาขาใหม่ ในศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย โดยมีสินค้ารายการต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 50 รายการ (เอสเคยู) และหากรวมสินค้าคงคลัง (สต๊อก) ด้วยจะมีกว่า 1,000 รายการ โดยสินค้าจะมีราคาจำหน่ายตั้งแต่ระดับราคา 390 บาท ไปจนถึง 3,000 บาท
สำหรับการเข้ามาเปิดหน้าร้านที่จตุจักรเป็นสาขาแรกนั้น มองว่าต้องการขยายฐานลูกค้ากลุ่มค้าส่งให้ควบคู่ไปกับการทำตลาดค้าปลีก ซึ่งเห็นว่าทำเลการค้าดังกล่าวจะมีความเหมาะสมที่สุด ด้วยเป็นสถานที่ขึ้นชื่อในฐานะที่เป็นตลาดนัดสินค้าไอเดียประเภทต่างๆ ที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดแบรนด์เอ็มเมสได้ปิดสาขาในตลาดนัดจตุจักรไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ พร้อมหันไปเปิดสาขาใหม่ใน จ.เชียงใหม่ แทน โดยใช้ทำเลที่ บ็อกซ โฮสเทล ตั้งอยู่ในย่านห้วยแก้ว ซึ่งเป็นธุรกิจส่วนตัวล่าสุด โดยมองว่ากิจการทั้งสองประเภทนี้จะสามารถต่อยอดและเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจระหว่างกันได้ ซึ่งทำให้ในปัจจุบันร้านเอ็มเมสจะมีสาขากรุงเทพฯ จำนวน 2 แห่งเท่านั้น
พิมพรรณ กล่าวว่า ในช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา การดำเนินธุรกิจในภาพรวมของแบรนด์เอ็มเมสอยู่ในภาวะการประคับประคองธุรกิจ จากกำลังซื้อที่ลดลงทั้งในและต่างประเทศ ทำให้กิจการต้องสั่งชะลอในทุกด้านกว่า 50% ซึ่งรวมถึงกำลังการผลิตสินค้าด้วยเช่นกัน
พร้อมทำตลาดภายใต้กิจกรรมส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) ต่างๆ ไปจนถึงร่วมออกบูธแสดงสินค้าในตลาดต่างประเทศ ร่วมกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งก็ทำให้มียอดคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) เสริมเข้ามาในระดับหนึ่ง อาทิ กลุ่มลูกค้าจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นต้น ล่าสุดแบรนด์เอ็มเมสยังปรับตัวโดยหันไปทำตลาดผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม
ในอนาคตกำลังซื้อจะเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่าย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ใกลชิดกับเทคโนโลยี ที่สำคัญร้านยังสามารถสร้างยอดขายได้ทั่วประเทศด้วย







