
ไม้เด็ดกล่อมอียูปลดใบเหลือง
เปิดไฮไลต์แจงอียูปลดล็อกปมแรงงาน-ค้ามนุษย์ในการทำประมงของรัฐบาล
เปิดไฮไลต์แจงอียูปลดล็อกปมแรงงาน-ค้ามนุษย์ในการทำประมงของรัฐบาล
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการแก้ไขการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (ไอยูยู) มั่นใจว่าจะชี้แจงให้เจ้าหน้าที่และหัวหน้าคณะเจรจาของสหภาพยุโรป (อียู) เห็นความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ในระหว่างวันที่ 18-22 ม.ค.นี้ได้แน่นอน
แหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ทางอียูได้ย้ำประเด็นวิกฤตในเรื่องการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับในการทำประมง ดังนั้นประเด็นที่จะชี้แจงจะมุ่งการแก้ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการจับกุมล้งและโรงงานที่ใช้แรงงานผิดกฎหมายต่อเนื่อง
สำหรับมาตรการอื่นที่เตรียมชี้แจงกับผู้แทนอียูในวันที่ 18-22 ม.ค.นี้ ประกอบด้วย 1.การออก พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2558 และกฎหมายอีก 90 ฉบับ แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยการป้องกันยับยั้งการทำประมงไอยูยู 2558-2562 แผนบริหารจัดการประมงทะเลของไทย พ.ศ. 2558-2562 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2558
นอกจากนี้ ได้มีการแก้ไขและออกประกาศกรมประมง เรื่องหลักเกณฑ์และระยะเวลาในการกลับเข้าท่าเทียบเรือของเรือประมงพาณิชย์ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2558 เพื่อให้การทำประมงไม่ควรเกิน 30 วัน ประกาศกรมประมงเรื่องกำหนดประเภทเรือประมง พื้นที่ และระยะเวลาที่ห้ามทำการขนถ่ายสัตว์น้ำ การกำหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาในการขออนุญาต การอนุญาต และการรายงานการขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเลของเรือประมง ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2558
2.การพัฒนาระบบ ซึ่งไทยได้จัดทำแผนระดับชาติในการควบคุมตรวจสอบเสนอให้อียูแล้ว รวมถึงการพัฒนาระดับ E-License 3.การติดตั้งระบบการติดตามเรือในเรือขนาด 60 ตันกรอสขึ้นไป ทั้ง 2,076 ลำ 4.วางระบบตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่การจับในทะเลถึงโต๊ะอาหาร 5.การแก้ปัญหาแรงงานประมงตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ
ทั้งนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 12 ม.ค.นี้ กระทรวงเกษตรฯ จะชี้แจงเรื่องนี้ให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบ







