posttoday
‘เอชเอสบีซี’แนะนำซื้อหุ้นซีพีออลล์

‘เอชเอสบีซี’แนะนำซื้อหุ้นซีพีออลล์

11 มกราคม 2559

เอชเอสบีซีแนะซื้อหุ้น CPALL เป็น 1 ใน 4 หุ้นค้าปลีกที่ดีที่สุดในอาเซียน

เอชเอสบีซีแนะซื้อหุ้น CPALL เป็น 1 ใน 4 หุ้นค้าปลีกที่ดีที่สุดในอาเซียน

เอชเอสบีซี โกลบอล รีเสิร์ช วิเคราะห์ว่าบรรยากาศการบริโภคในประเทศของไทยเริ่มดีขึ้นตั้งแต่เดือน ต.ค. 2558 ที่ผ่านมา จากการเข้าพบบริษัทค้าปลีกในประเทศไทยเมื่อเดือน ต.ค. 2558 ยังคาดหวังว่าอัตราเติบโตยังอ่อนแอในปีนี้ และไม่แนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มค้าปลีก และเลือกซื้อหุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) งบการเงินแกร่ง มีการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน และมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูง เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และเป็น 1 ใน 4 หุ้นค้าปลีกอาเซียนที่ดีที่สุดให้เลือกลงทุน

“ปีก่อนเป็นปีที่แย่ของหุ้นกลุ่มค้าปลีกในอาเซียนที่กำไรต่อหุ้นยังลดลง ราคาแพง และผลประกอบการยังแย่ แต่ปีนี้คาดว่ากำไรต่อหุ้นจะดีขึ้น แต่ยังไม่ดีเท่าปี 2557 โดยสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ทั้งกลุ่มในอาเซียน ลดลงเหลือ 22.2 เท่า จาก 25 เท่าปีก่อน”

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่าภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกภายในปี 2559 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง หลังจากในช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมาภาครัฐเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนำรายจ่ายซื้อสินค้าและบริการในช่วงวันที่ 25-31 ธ.ค. 2558 มาหักภาษีได้ 1.5 หมื่นบาท ส่งผลให้การซื้อขายคึกคักช่วงส่งท้ายปีต่อเนื่องถึงในช่วงต้นปีนี้

สำหรับมูลค่าของธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งของไทยคิดเป็นสัดส่วนถึง 14% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศไทย ดังนั้นหากจีดีพีปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3.5-4% จาก 3% ในปี 2558 แสดงว่าการบริโภคในประเทศน่าจะฟื้นตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคจีไอ มองว่ายังคงต้องจับตานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจการลงทุนปีนี้ว่าจะผลักดันด้านใดบ้าง เช่น โครงการเร่งเบิกจ่ายการลงทุนขนาดใหญ่ เป็นต้น ดังนั้นภาพรวมกลุ่มค้าปลีกอาจต้องประเมินอีกครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2559

ด้านนักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า กลุ่มค้าปลีกในช่วงไตรมาส 1/2559 คงได้รับประโยชน์จากมาตรการลดหย่อนภาษีการซื้อสินค้าและภาคบริการเพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทในช่วงปลายปี ผสานกับมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศในช่วงปลายปี 2558 ให้มีการจับจ่ายใช้สอยต่อเนื่อง

สำหรับหุ้นที่ยังคงได้รับประโยชน์ต่อเนื่อง คือ หุ้นบริษัท โฮม โปร ดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) คาดการเติบโตกำไรปีนี้เพิ่มขึ้น 19% ดีกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตของกำไรกลุ่มพาณิชย์ทั้งปี 2559 ที่เติบโต 17% ตามการรับรู้กำไรเต็มปีของร้านเมกาโฮม

บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 9.80 บาท รวมถึงหุ้นบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ผลงานปี 2559 คาดกำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 25% แตะ 1,047 ล้านบาท รับอานิสงส์การเปิดสาขาใหม่ 7 แห่ง และจุดเด่นในการขับเคลื่อนสินค้าเฮาส์แบรนด์ บวกการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้นร้านสุวันนีในลาวปีละ 15-20 ล้านบาท ราคาเป้าหมาย 10.80 บาท

ทั้งนี้ รวมถึงหุ้นบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) ที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิปี 2559 เติบโตในอัตราเร่งขึ้นตามแรงหนุนของการรับรู้รายได้และพื้นที่เช่าของสาขาที่เปิดใหม่และสาขาที่ทำการซ่อมบำรุง ราคาเป้าหมาย 57 บาท หุ้นบริษัท คาร์มาร์ท (KAMART) ราคาเป้าหมาย 10.60 บาท

ขณะที่หุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคและสมาร์ทโฟนแนะนำซื้อหุ้น บริษัท คอมเซเว่น (COM7) และบริษัทเจมาร์ท (JMART) และกล้องมิร์เรอร์เลส แนะนำบริษัท บิ๊กคาเมร่า คอร์ปอเรชั่น (BIG)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท