posttoday
หุ้นไทย11ม.ค.ปิดภาคเช้าร่วง 16.75 จุด

หุ้นไทย11ม.ค.ปิดภาคเช้าร่วง 16.75 จุด

11 มกราคม 2559

ดัชนีหุ้นไทย 11 ม.ค. ปิดภาคเช้าที่ 1,227.43 จุด ลดลง 16.75 จุด นักวิเคราะห์มองมีโอกาสรีบาวนด์สั้นๆ

ดัชนีหุ้นไทย 11 ม.ค. ปิดภาคเช้าที่ 1,227.43 จุด ลดลง 16.75 จุด นักวิเคราะห์มองมีโอกาสรีบาวนด์สั้นๆ 

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ 1,227.43 จุด ลดลง 16.75 จุด หรือ 1.35% มูลค่าการซื้อขาย 16,099.26 ล้านบาท

หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.ADVANC ปิดที่ 140.00 บาท ลดลง -4.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,974.07  ล้านบาท
2.BEM ปิดที่ 5.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,414.61  ล้านบาท
3.PTT ปิดที่ 209.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 827.05  ล้านบาท
4.JAS ปิดที่ 2.92 บาท ลดลง -0.08 บาท มูลค่าการซื้อขาย 781.01  ล้านบาท
5.AOT ปิดที่ 330.00 บาท ลดลง -8.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 574.96  ล้านบาท

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า  ตลาดหุ้นเช้าวันนี้ยังมีสัญญาณเชิงลบเพราะ นโยบายของทางการจีนที่ได้ดําเนินการมาในปี2014-2015 ทําให้การเติบโตของเศรษฐกิจชะลอตัวลง นอกจากนี้กฎเกณฑ์ในตลาดหุ้นจีนที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วก็ทําให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลง ราคาน้ำมันดิบที่ตกต่ำยังกดดันต่อใน ไตรมาสแรกปีนี้   และค่าเงินของประเทศเกิดใหม่และเอเชียที่อยู่ในทิศทางอ่อนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันตลาดและทําให้นักลงทุนต่างชาติให้น้ำหนักUnderweight ตลาดหุ้นเหล่านี้อยู่ และปัญหาการเมืองระหว่างประเทศและภัยก่อการร้ายก็เป็นปัจจัยลบ   ด้วย อย่างไรก็ตามเชื่อยังสามารถเลือกซื้อเป็นรายบริษัทได้หุ้นแนะนําซื้อตามด้วยค่าบวกวันนี้เป็น LIT

ภาพตลาดโดยรวมเป็นบวกเล็กๆ มีโอกาสรีบาวด์สั้นๆ จากภาวะขายมากเกินไป  แนวต้านระยะสั้น 1250-1260, 1270 จุด แนวรับ
1200+/- จุด 

บล.ทรีนีตี้ คาด SET Index ปรับตัวลงต่อตามตลาดหุ้นทั่วโลกและราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง มองต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ว่าการจะหาจุดต่ำสุด ของดัชนีในรอบนี้ด้วยการใช้ระดับ Valuation ในอดีตมาวิเคราะห์ถือเป็นการยาก เนื่องจากการปรับตัวลงไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้นเราจึงใช้วิธีการดึงสถิติการปรับฐานครั้งสำคัญในอดีตมาวิเคราะห์แทน ซึ่งค้นพบว่าการปรับฐานครั้งสำคัญนับตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมาจะอยู่ที่ระดับ 23% โดยเฉลี่ย หรือเทียบเท่ากับระดับดัชนี 1100 จุดในรอบนี้ อย่างไรก็ดีหากนับตั้งแต่เพียงปี 2013 เป็นต้นมาจะพบว่าการปรับฐานในระดับมากสุดจะอยู่เพียง 20% เท่านั้น หรือเทียบเท่ากับดัชนีที่ 1140 จุด มองระดับดังกล่าวน่าจะเป็นแนวรับสำคัญในรอบนี้

ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อสอดคล้องกับภาวะ ความเสี่ยง ทั่วโลก ยังคงมองความเสี่ยงที่สำคัญในช่วงถัดไปได้แก่ความเป็นไปได้ที่ซาอุดิอาระเบียอาจตัดสินใจยกเลิกการผูกติดค่าเงินริยาล (SAR) กับเงินดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อพยุงทุนสำรองระหว่างประเทศของตนเองไว้ หากเกิดขึ้นจริงจะถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงต่อราคาน้ำมันในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯให้มีการปรับตัวลงอีกครั้งได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ