
ราชาเยื่อกระดาษ
“อาร์จีอี” คืออาณาจักรธุรกิจสัญชาติอินโดนีเซีย มีมูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
โดย...สมหทัย โมสิกะ
“อาร์จีอี” คืออาณาจักรธุรกิจสัญชาติอินโดนีเซีย มีมูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยผู้ก่อตั้งและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนกอินทรีทอง สัญลักษณ์ของบริษัท ได้บินไกลไปเติบโตในหลากหลายประเทศทั่วโลก คือ “ซุกานโต้ ตาโนโต้”
นักธุรกิจชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีนคนนี้เติบโตในเมืองเมดาน บนเกาะสุมาตราเหนือ เขาต้องเลิกเรียนกลางคันเนื่องจากประธานาธิบดี ซูฮาร์โต ที่ปกครองประเทศในสมัยปี 2509 ได้สั่งปิดโรงเรียนจีน อีกทั้งยังไม่สามารถเข้าเรียนต่อในโรงเรียนรัฐบาลได้ เพราะพ่อแม่เป็นชาวจีนอพยพ
ตาโนโต้ เริ่มเข้าสู่วงการธุรกิจจากการสานต่องานค้าขายทั่วไปของครอบครัว ก่อนที่จะก้าวไปอีกขั้นด้วยการรับสร้างท่อขนส่งก๊าซให้กับบริษัทข้ามชาติ โดยธุรกิจของเขาเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2515 ตามภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งพรวด และจากเงินทุนที่มีมากขึ้น ประกอบกับเห็นโอกาสธุรกิจใหม่คือการผลิตไม้อัด ตาโนโต้ จึงได้พยายามขออนุญาตสร้างโรงงานของตัวเอง ซึ่งต้องอาศัยเส้นสายทางการเมืองและต้องแสดงให้รัฐบาลเห็นว่าธุรกิจนี้จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศและสร้างงานใหม่ๆ ได้ด้วย ซึ่งในที่สุดโรงงานผลิตไม้อัดจึงได้เดินเครื่องผลิตในปี 2518
จากจุดเริ่มต้นในวันนั้น ปัจจุบันอาณาจักรอาร์จีอีของตาโนโต้ได้แตกหน่อต่อยอดจนมี 4 ธุรกิจหลักอยู่ในมือ ได้แก่ ธุรกิจผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษ อุตสาหกรรมเกษตร ธุรกิจผลิตเซลลูโลสชนิดพิเศษและเส้นใยสังเคราะห์ และธุรกิจพลังงาน โดยในส่วนของธุรกิจเยื่อกระดาษ อาร์จีอีถือเป็นผู้ผลิตเยื่อกระดาษใหญ่อันดับ 2 ของโลก และตาโนโต้ก็ยังเดินหน้ามองหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อขยายอาณาจักรธุรกิจต่อไป
เขาเชื่อว่าตอนนี้ธุรกิจพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน คืออุตสาหกรรมที่จะมีการเติบโตสูงต่อไป เพราะการผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตจะต้องอาศัยพลังงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเขามองว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับเดินหน้าโครงการพลังงานก็คือช่วงที่ราคาพลังงานต่ำนั่นเอง โดยหนึ่งในโครงการที่จะทำคือการสร้างโรงผลิตก๊าซแอลเอ็นจีในประเทศแคนาดาเพื่อส่งออก
เมื่อพูดถึงเคล็ดลับสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ ตาโนโต้มักจะยกวลีเด็ดมาบอกเสมอว่า “หากไม่เข้าใจอย่าแสร้งทำเป็นรู้ทุกอย่าง” แต่ควรจะใช้เวลาเพื่อเรียนรู้และวิเคราะห์แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ และควรจะเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของคนอื่นด้วย เพื่อจะได้ไม่ทำผิดพลาดซ้ำรอย
นอกจากนี้ จะต้องมีมุมมองและคาดการณ์อุปสงค์และอุปทานของตลาดในอนาคตได้อย่างดี และที่สำคัญจะต้องมี “เพื่อน” และ “ความขยันหมั่นเพียร”
“ดึงคนที่มีความสามารถมาร่วมงานด้วย ส่วนที่เหลือต้องพึ่งพาความขยัน จะต้องเลือกคนที่ใช่และฟูมฟักมิตรภาพแบบถาวร เพื่อจะได้ทำให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างยั่งยืน ทุกวันนี้มีคนเก่งๆ จำนวนมาก แต่พวกเขาจะต้องขยันด้วย เพราะการสร้างธุรกิจต้องอาศัยความพยายามอย่างมาก”







