
ปี’58 การโต ของตลาด TFEX
ในปี 2558 ที่ผ่านมา เป็นปีที่เศรษฐกิจโลกประสบกับความผันผวน ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน เริ่มจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี และอีกปัจจัยสำคัญคือการดำเนินนโยบายด้านอัตราดอกเบี้ยที่ขาดความชัดเจนของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ส่งสัญญาณจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยแต่ยังไม่ดำเนินการจนส่งผลให้ผู้ลงทุนขาดความมั่นใจและสร้างความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุน
ในปี 2558 ที่ผ่านมา เป็นปีที่เศรษฐกิจโลกประสบกับความผันผวน ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน เริ่มจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี และอีกปัจจัยสำคัญคือการดำเนินนโยบายด้านอัตราดอกเบี้ยที่ขาดความชัดเจนของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ส่งสัญญาณจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยแต่ยังไม่ดำเนินการจนส่งผลให้ผู้ลงทุนขาดความมั่นใจและสร้างความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุน
จนในที่สุดเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา Fed 07’ ได้ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์ Subprime Crisis ในปี 2007-2008 ซึ่งผลจากสภาวะเศรษฐกิจในตลาดโลก ได้ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและภาคการเงินของไทย โดยจะเห็นได้จากระดับความผันผวนหุ้นไทย (ดัชนี SET50) ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 16.4% จากปีก่อนที่ 13.4%
ท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้น ผู้ลงทุนจึงหันมาสนใจการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) มากขึ้น ในฐานะเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและเครื่องมือลงทุนที่สร้างโอกาสในการสร้างผลกำไรจากการลงทุนระยะสั้น ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในตลาด TFEX ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 36% จากปีก่อน ด้วยปริมาณการซื้อขายรวมสูงถึง 48.5 ล้านสัญญา หรือคิดเป็นปริมาณซื้อขายเฉลี่ยวันละ 199,749 สัญญา โดยมีสัญญา SET50 Futures เป็นสินค้าที่ผู้ลงทุนให้ความสนใจมากที่สุด ด้วยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยถึง 110,142 สัญญา/วัน
ในปีที่ผ่านมา TFEX ได้ดำเนินการพัฒนา/ปรับปรุงสินค้าและบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าต่างๆ ของ TFEX ในหลายด้านด้วยกัน ตัวอย่างเช่น
• การจัดให้มีผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) สำหรับสัญญา SET50 Options ส่งผลให้ผู้ลงทุนหันมาสนใจและเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยมีปริมาณการซื้อขายปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 185% มาอยู่ที่ 1,264 สัญญา/วัน จาก 444 สัญญา/วัน ในปี 2557
• การเพิ่มรายชื่อ Single Stock Futures อีก 10 รายชื่อ ส่งผลให้ปัจจุบันมีการซื้อขาย Single Stock Futures ที่อ้างอิงกับหุ้นทั้งหมด 70 บริษัท ครอบคลุม 17 หมวดธุรกิจ ช่วยเพิ่มทางเลือกการลงทุนและเครื่องมือบริหารความเสี่ยงให้แก่ผู้ลงทุน
• การขยายสถานะการถือครอง (Position Limit) ของสัญญา USD Futures จากเดิมที่ 5,000 สัญญา มาเป็น 1 หมื่นสัญญา หรือเทียบเท่ากับ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ผู้ลงทุนและเปิดโอกาสให้บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถเลือกใช้ USD Futures เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากการพัฒนา/ปรับปรุงสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันแล้ว ในปีที่ผ่านมา TFEX ยังได้พัฒนาสินค้าใหม่ที่จะพร้อมซื้อขายในปี 2559 อีกด้วย โดย TFEX ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ สำหรับการเปิดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า อันเป็นการดำเนินการตามนโยบายภาครัฐที่ต้องการรวมศูนย์การซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทุกประเภท มาอยู่ภายใต้ตลาด TFEX เพียงแห่งเดียว โดยสินค้าเกษตรล่วงหน้าประเภทแรกที่จะเปิดซื้อขายใน TFEX ได้แก่ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับยางแผ่นรมควันชั้น 3 หรือ RSS3 Futures ซึ่งจะเริ่มซื้อขายเร็วๆ นี้
สำหรับในปี 2559 TFEX ยังคงให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ความรู้และสร้างความเข้าใจในสินค้าของ TFEX ให้แก่ผู้ลงทุนผ่านการจัดสัมมนาและอบรม รวมไปถึงการพัฒนาผู้ให้คำแนะนำการลงทุน (Investment Consult : IC) ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสินค้า เพื่อให้สามารถช่วยให้คำปรึกษาการลงทุนที่เหมาะสมแก่ผู้ลงทุนได้อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ TFEX จะดำเนินการพัฒนา/ปรับปรุงสินค้าให้มีความหลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนได้ดีขึ้น เพื่อให้สินค้าใน TFEX เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพของผู้ลงทุนควบคู่ไปกับการลงทุนในตลาดหุ้น สามารถใช้เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน รวมไปถึงการบริหารความเสี่ยงจากราคาสินค้าเกษตรด้วย ซึ่งทางทีมงานจะทยอยนำเรื่องราวที่น่าสนใจของ TFEX ในปีลิงมาเล่าให้ท่านผู้อ่านทราบต่อไปครับ







