
คาดผลกระทบรัสเซียคว่ำบาตรตุรกีจำกัด
ผลจากการที่รัสเซียได้คว่ำบาตรการทำธุรกิจกับตุรกี ทำให้มีผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวในไทย เนื่องจากเอเยนต์ที่พาชาวรัสเซียเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมักจะเป็นบริษัทของชาวตุรกี จึงกังวลว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียหดหายไปได้ ฉุดหุ้นกลุ่มโรงแรมลง
ผลจากการที่รัสเซียได้คว่ำบาตรการทำธุรกิจกับตุรกี ทำให้มีผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวในไทย เนื่องจากเอเยนต์ที่พาชาวรัสเซียเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมักจะเป็นบริษัทของชาวตุรกี จึงกังวลว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียหดหายไปได้ ฉุดหุ้นกลุ่มโรงแรมลง
สาเหตุที่รัสเซียไม่พอใจตุรกีคือ ตุรกีได้ยิงเครื่องบินรบของรัสเซียร่วงใกล้กับบริเวณชายแดนซีเรียและตุรกี เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา โดยการคว่ำบาตรมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 เป็นต้นไป
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดว่าผลกระทบต่อกลุ่มโรงแรมจะเป็นไปในทางจำกัดหรือน้อย เพราะปัจจุบันสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยแบ่งตามสัญชาติ เป็นชาติรัสเซียน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด สืบเนื่องจากรัสเซียประสบปัญหาทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ตกต่ำ และมีปัญหาด้านการเมืองระหว่างประเทศ หากพิจารณาสถิตินักท่องเที่ยวแบ่งตามสัญชาติที่มาไทย ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดือน ต.ค.และ พ.ย. 2558 พบว่าสัดส่วนที่เป็นรัสเซียมีเพียง 3.1% และ 4.2% ตามลำดับ ถือว่าไม่มากนัก และเป็นการลดลงจากเดือนเดียวกันในปี 2557 ที่สัดส่วน 5.3% และ 7.6% ตามลำดับ ส่วนสัญชาตินักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยอันดับสูงสุด 1-3 เดือน พ.ย.2558 คือ จีน 24.1% มาเลเซีย 11.5% และเกาหลี 4.8% ตามลำดับ
ทั้งนี้ ในยามที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนในทางขาลง ตลาดจะตอบรับกับข่าวลบในเชิงที่ค่อนไปทางมากกว่าความเป็นจริง อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาความเสี่ยงในเรื่องรายได้ซึ่งพึ่งพิงโรงแรมจากต่างประเทศในสัดส่วนที่มากคือ บริษัท ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ประมาณ 50-60% รองลงมาคือบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) ประมาณ 20% และพึ่งพิงน้อยที่สุดคือ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) คือ 0%
ดังนั้น จากเหตุการณ์ในปัจจุบันที่สถานการณ์ต่างประเทศมีความไม่แน่นอนในเรื่องการก่อการร้าย ความขัดแย้งทางการเมืองในตะวันออกกลาง ล่าสุดคือซาอุดิอาระเบียขัดแย้งกับอิหร่าน MINT จึงมีความเสี่ยงในการลงทุนมากกว่า CENTEL และ ERW
อย่างไรก็ตาม คำแนะนำตามปัจจัยพื้นฐาน ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ทั้งสามหลักทรัพย์ เพราะภาวะธุรกิจที่ดีมากในขณะนี้ จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน MINT ราคาพื้นฐาน 37 บาท โอกาสปรับขึ้น 10% CENTEL ราคาพื้นฐาน 46 บาท โอกาสปรับขึ้น 9% และ ERW ราคาพื้นฐาน 4.90 บาท โอกาสปรับขึ้น 18%







