
WHAแผน2ปี กลับมาผงาด!!!
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ภายใต้การนำของ จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีเป้าหมายชัดเจนที่จะผลักดันกิจการให้ก้าวขึ้นไปเป็นบริษัทในระดับโลก
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ภายใต้การนำของ จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีเป้าหมายชัดเจนที่จะผลักดันกิจการให้ก้าวขึ้นไปเป็นบริษัทในระดับโลก
จรีพร กล่าวว่า เมื่อถึงวันที่มีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ประเทศไทยมีโอกาสอย่างมาก และถ้าหากบริษัทไม่มีความแข็งแกร่งพอก็มีโอกาสที่จะต้องถูกซื้อไป แต่ถ้าโตก็จะรอดและสามารถที่จะแข่งขันและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ และด้วยเหตุผลเช่นนี้จึงเป็นเหตุหลักที่สำคัญที่ทำให้ WHA ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) และขณะนี้อยู่ในกระบวนการรับซื้อหุ้นทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นและหลังเสร็จสิ้นก็จะเพิกถอนหุ้นออกจากตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
“เลือกที่จะซื้อ HEMRAJ เพราะคิดแล้วว่าเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวกับนิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด ที่นิคมที่เปิดให้บริการกว่า 5 นิคม มีที่ดินที่รอการพัฒนาอีกเกือบหมื่นไร่อยู่ในทำเลที่ดี และที่สำคัญมีทีมบริหารที่ดีเข้ามาร่วมงานด้วย เป็นธุรกิจที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับระบบสาธารณูปโภคทั้งน้ำและไฟ ที่อนาคตจะแยกธุรกิจออกมาและจะนำเข้า ตลท.ในปี 2559”
นอกจากนี้ ใน HEMRAJ นอกจากขายที่ดินแล้วยังมีในส่วนของโรงงานสำเร็จรูปที่อนาคตก็จะนำมาจัดตั้งกองรีท ซึ่งจะสามารถสร้างกำไรให้กับกิจการได้ และปี 2559 จะเป็นปีที่ดีของ WHA เพราะจะรับรู้รายได้จาก HEMRAJ เต็มปีทั้งจากการตั้งกองรีท การนำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำและไฟฟ้าเข้า ตลท. และยังไม่นับรวมในส่วนของธุรกิจของ WHA ที่จะสามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่ตามความต้องการของลูกค้าที่จะเข้ามาในส่วนของธุรกิจคลังสินค้า รวมถึงการที่ WHA ประกาศชัดเจนว่าจะทำธุรกิจดิจิทัลที่จะมีความสำคัญมากในการทำธุรกิจในอนาคต
ผลจากการที่ WHA ประกาศตัวที่จะนำดิจิทัลเข้ามาสู่การทำธุรกิจทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้าเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติและชัดเจนมากในกรณีการขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมของ HEMRAJ เพราะเมื่อ HEMRAJ เป็นหนึ่งในธุรกิจของ WHA ซึ่งทำในเรื่องของคลังสินค้า ทั้งแบบทั่วไปและทำตามความต้องการของลูกค้า และเมื่อเราจะนำในเรื่องของดิจิทัลเข้ามา ทำให้การขายที่ดินสามารถทำได้ง่ายกว่าการขายแบบปกติทั่วไปเพราะทำให้ลูกค้าติดสินใจในการซื้อได้เร็วขึ้น เพราะการเข้ามาในนิคมเหมราชลูกค้าสามารถได้บริการที่ครบวงจร ตั้งแต่มีที่ดิน มีการออกแบบและสร้างโรงงานให้มีระบบในเรื่องของดาต้าและดิจิทัลไว้ให้บริการลูกค้าทั้งหมด
ล่าสุด HEMRAJ ได้เซ็นสัญญาขายที่ดิน 437 ไร่ ให้กับ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี บริษัทร่วมทุนระหว่างผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในประเทศจีน บริษัท เซียงไฮ้ ออโต้โมบิล อินดัสเทรียล คอร์ปอเรชั่น และเครือเจริญโภคภัณฑ์ การลงนามในสัญญาครั้งนี้เป็นการบ่งบอกได้ถึงศักยภาพของประเทศไทยที่ดึงดูดนักลงทุน และเป็นเครื่องยืนยันของ HEMRAJ ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าถึงข้อได้เปรียบในระบบสาธารณูปโภค ในการขยายคลัสเตอร์ยานยนต์ในเขตอีสเทิร์นซีบอร์ดนั่นเอง
จรีพร กล่าวว่า WHA มีโครงสร้างในการทำธุรกิจที่ชัดเจน 4 ธุรกิจ หรือ 4HUBS ประกอบด้วย โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม น้ำประปาและไฟฟ้า และดิจิทัลฮับ ซึ่งดิจิทัลฮับเป็นธุรกิจใหม่จะเริ่มบริการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ในปี 2559 บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปี 2559 ไว้ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท จะมีรายได้จากการขายกองรีทมูลค่า 7,000 ล้านบาท และที่เหลือจะเป็นการเติบโตจาก 4 ธุรกิจหลัก ทั้งสาธารณูปโภคและพลังงาน โลจิส ติกส์ คลังสินค้า และธุรกิจใหม่ คือ ดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม การให้บริการทั้ง 4 ด้าน จะช่วยต่อยอดบริการกับฐานลูกค้าเดิมที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ประมาณ 700-800 แห่ง ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรมสามารถส่งเสริมกันและกัน พร้อมส่งต่อลูกค้าระหว่างกัน กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมจำเป็นต้องใช้น้ำประปาและไฟฟ้า ส่วนบริการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์สามารถต่อยอดให้บริการกับลูกค้าได้ด้วย
“บริษัทมองภาพใหญ่ในการทำธุรกิจเพื่อให้บริการลูกค้าได้ครบวงจร การเป็น 4HUBS บริษัทจะเป็นบริษัทแห่งเดียวในโลกที่มีบริการครบในรูปแบบนี้ ส่วนดิจิทัลฮับที่เราไม่เชี่ยวชาญจะมีพันธมิตรเข้ามาช่วย ตอนนี้มีบิ๊กเนมเข้ามาหาเราเยอะมาก เพราะเห็นโอกาสจากฐานลูกค้าที่มีจำนวนมาก”
สำหรับภาระหนี้สินที่มีอยู่จากการเข้าซื้อ HEMRAJ นักลงทุนไม่ต้องกังวลเพราะมีแผนชัดเจนในการชำระคืนหนี้ที่กู้มา ทั้งเงินที่ได้จากการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิในหุ้นสามัญที่ผู้ถือหุ้นมาใช้สิทธิแปลงกว่า 90% และยังมีเงินที่ได้จากการดำเนินงาน และเงินจากการที่บริษัทจะนำบริษัทไฟฟ้าเข้าตลาดหลักทรัพย์และการจัดตั้งกองรีท ซึ่งทั้งหมดนี้เงินจะนำมาคืนหนี้และจะทำให้หนี้ต่อทุนของบริษัทลงมาอยู่ที่ 1 ต่อ 1.3 เท่าได้ในที่สุดจากขณะนี้อยู่ที่ 1 ต่อ 2. 5 เท่า และอยากบอกผู้ถือหุ้นว่าอย่าได้กังวลและตกใจกับข่าวหรือราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงมาและให้อดทน เพราะเชื่อแน่ว่าอีก 2 ปีบริษัทจะกลับมาเติบโตและสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้ เพราะในแต่ละแผนที่จะเดินไปนั้นได้ผ่านการวางแผนล่วงหน้ามาแล้ว
บริษัทได้ปรับลดเป้ารายได้ปี 2558 ลงเหลือ 1.1-1.2 หมื่นล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าไว้ 1.9 หมื่นล้านบาท จากปี 2557 ที่ 5,050 ล้านบาท เพราะเลื่อนการขายกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) ของ HEMRAJ มูลค่ากองประมาณ 7,000 ล้านบาท ไปเป็นปี 2559 จากเดิมคาดว่าจะเปิดขายกองทุนปลายปีนี้
ล่าสุดบริษัทได้โอนทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 4,645 ล้านบาท ให้กับกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) แล้วเสร็จ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้นำเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินดังกล่าวไปชำระหนี้เงินกู้และ เป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน ในปี 2558 ลดลงอยู่ที่ระดับ 2.3 เท่า จาก ณ ไตรมาส 3/2558 อยู่ที่ 3.3 เท่า
“การขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHART ได้รับเงินโอนจากการขายทรัพย์สินดังกล่าว โดยมาจากการที่ WHART เสนอขายหน่วยเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหน่วยเดิมและนักลงทุนทั่วไป จำนวน 350.8 ล้านหน่วย ราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์ 10 บาท ทำให้มีเม็ดเงินจากการระดมทุน เข้ามา 3,508 ล้านบาท และจากการที่ WHART กู้จากสถาบันการเงินอีก 1,350 ล้านบาท ทำให้ WHART มีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 4,645 ล้านบาท (หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง) ในการซื้อทรัพย์สินเพิ่มจาก WHA”
ความสำเร็จการระดมทุนของ WHART ดังกล่าวส่งผลทำให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น โดยจะเห็นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2558 เป็นต้นไป ทั้งนี้เป็นผลมาจากการขายทรัพย์สินเพิ่มเข้ากองทรัสต์ WHART และรายได้ที่สามารถรับรู้จาก HEMRAJ ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. 2558
หนี้สินต่อทุนที่ลดลงข้างต้น นอกจากมาจากการขายทรัพย์สินเพิ่มเข้ากองทรัสต์ WHART ที่กล่าวมาแล้ว ยังรวมถึงกระแสเงินสดที่ได้รับจากการขายอาคารสำนักงาน เอสเจ อินฟินิท วัน บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ และอาคารบางนา บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ดับบลิวเอชเอ บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ (WHABT) ในช่วงต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถชำระคืนเงินกู้ได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท ภายในไตรมาส 4 ไตรมาสเดียว และอัตราส่วนดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องจากการจำหน่ายทรัพย์สินของ HEMRAJ ในไตรมาส 2 ปีนี้
ปิยะพงศ์ พินธุประภา กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียลเอสเตท แมเนจเม้นท์ (WHAREM) ผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และ WHART กล่าวว่า หลังจากที่หน่วยเพิ่มทุนครั้งที่ 1 ของกองทรัสต์ WHART เพื่อเสนอขายแก่ผู้ถือหน่วยเดิมและนักลงทุนทั่วไป ในช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ได้ผลตอบรับที่ดี
ภายหลังการขายหน่วยเพิ่มทุนในครั้งนี้แล้ว ส่งผลให้ WHART มีมูลค่าสินทรัพย์รวม เพิ่มเป็น 9,000 ล้านบาท ขยายตัวมากกว่า 1 เท่าตัว WHART จึงเป็นกองทรัสต์ประเภทคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยหน่วยเพิ่มทุนครั้งที่ 1 ของกองทรัสต์ WHART เพิ่งเข้าซื้อขาย ในวันที่ 7 ม.ค. 2559 นี้ ซึ่งการเพิ่มขนาดกองทุนและมูลค่าสินทรัพย์ครั้งนี้จะทำให้สัดส่วนสินทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 70% ซึ่งจะทำให้กองทรัสต์ WHART อัตราผลตอบแทนและสภาพคล่องของการซื้อขายที่สูงขึ้น
อนาคตก้าวย่างการทำธุรกิจของ WHA ภายใต้การนำของ“จรีพร” นับว่าน่าสนใจ เพราะเธอประกาศชัดเจนว่า ไม่เป็นคู่แข่งแต่พร้อมที่จะเป็นพันธมิตรกับทุกคนเพื่อที่จะเติบโตไปด้วยกัน และไม่น่าแปลกใจที่ล่าสุดได้ร่วมกับบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัลตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมา อนาคตอาจจะเห็นการร่วมทุนเกิดขึ้นได้อีก







