
ค้าชายแดนนครพนมทะลุแสนล้าน มั่นใจศูนย์บริการเขตศก.พิเศษเสร็จปีนี้
แทบไม่เชื่อว่าช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หลังเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 จะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนของ จ.นครพนม
โดย...พัฒนพงษ์ ศรีเพียชัย
แทบไม่เชื่อว่าช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หลังเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 จะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนของ จ.นครพนม จากเดิมที่เคยอยู่ที่ระดับ 5,000 ล้านบาท/ปี พุ่งสูงขึ้นถึง 1 แสนล้านบาท เมื่อ
สิ้นปี 2558 ที่ผ่านมา
การขยายตัวแบบก้าวกระโดดของการค้าชายแดน ทำให้ทุกภาคส่วนเร่งเดินหน้าโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษนครพนมอย่างเต็มที่ ด้วยความคาดหวังว่าจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เศรษฐกิจดียิ่งขึ้น
ชาญยุทธ อุปพงษ์ ประธานหอการค้า จ.นครพนม เปิดเผยความคืบหน้าการขับเคลื่อนจ.นครพนม เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เฟส 2 เพื่อรองรับการพัฒนา การค้าการลงทุนสู่อาเซียนว่า การก่อสร้างศูนย์บริการด้านการค้าการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 1 ใกล้จุดด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับคลังสินค้า พื้นที่จัดเก็บสินค้า การจัดสรรพื้นที่ให้ภาคเอกชนเช่าเป็นคลังสินค้า รวมถึงเปิดตลาดสินค้านำเข้าส่งออกชายแดน อยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าในปี 2559 จะมีความพร้อมสมบูรณ์แบบ
“นครพนมมีจุดแข็งหลายด้านในการเป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษ ไม่แพ้ชายแดนจังหวัดใหญ่ๆ ทำให้มีความเชื่อมั่นว่าในอีก 1 ปี ข้างหน้า หรือปี 2559 นครพนม จะเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าชายแดนที่สำคัญของภาคอีสาน แต่ในช่วงการขับเคลื่อนสิ่งสำคัญ ต้องการให้รัฐบาลทุ่มงบประมาณมาดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่นำร่องระยะแรกที่จะต้องมีความพร้อมทุกด้าน เป็นการตอบรับภาคเศรษฐกิจการค้า การลงทุน”
ประธานหอการค้านครพนมบอกว่า มูลค่าสินค้าส่งออกนำเข้าชายแดน ในช่วงท้ายปี 2558 พบว่ามียอดทะลุถึง 1.06 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวชี้วัดที่ดี และเป็นสิ่งที่จะยืนยันได้ว่านครพนมจะมีความเติบโตทางภาคเศรษฐกิจการค้าแบบก้าวกระโดดในอนาคต และเป็นที่น่ายินดีว่าเป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่สูงสุดจากทั้งหมด 11 ด่านชายแดนในภาคอีสาน ที่จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักลงทุนมาลงทุนมากขึ้น ส่วนสินค้าส่งออกนำเข้าส่วนใหญ่จะเป็นภาคการเกษตร ผลไม้ และเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เป็นส่วนใหญ่
สำหรับจุดแข็งที่สำคัญของ จ.นครพนม นอกจากจะมีสะพานมิตรภาพ 3 เชื่อมสู่ประตูอาเซียนในระยะทางที่สั้นที่สุด ผ่านเส้นทาง หมายเลข 8 และหมายเลข 12 สามารถเชื่อมไปยังลาว เวียดนาม ถึงจีน ในระยะทางประมาณแค่ 1,029 กิโลเมตร ที่สำคัญยังเป็นเส้นทางเชื่อมไปยัง เมืองหนานหนิง ที่จีนประกาศเป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงสามารถเชื่อมเส้นทางไปยังทะเล ท่าเรือน้ำลึก เมืองกวางบิงห์ และเมืองฮาติงห์ ของเวียดนาม ในระยะทางแค่ประมาณ 300 กิโลเมตร ที่จะส่งผลดีต่อการขนส่งสินค้า การค้าการลงทุน การท่องเที่ยวในอนาคต ซึ่งประชาชน นักท่องเที่ยว อาจเปลี่ยนเส้นทางท่องเที่ยวทางทะเล มาผ่านนครพนมไปทางเมืองกวางบิงห์ และเมืองฮาติงห์ ของเวียดนาม







