
ธปท.เผยเงินบาทอ่อนค่า 0.7% ตั้งแต่ต้นปี
ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยตลาดเงินผันผวนหนักจากเศรษฐกิจจีน แต่เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อย 0.7% นับตั้งแต่ต้นปี สอดคล้องภูมิภาค
ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยตลาดเงินผันผวนหนักจากเศรษฐกิจจีน แต่เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อย 0.7% นับตั้งแต่ต้นปี สอดคล้องภูมิภาค
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้นกับตลาดการเงินไทยหลังช่วงปีใหม่นี้ เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ ได้แก่ การปรับลดลงของดัชนีตลาดหุ้นจีนที่สัปดาห์นี้ปรับลดลงแล้วถึง 12% จนทำให้ต้องประกาศหยุดทำการซื้อขายชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) ในวันจันทร์และวันนี้ (7 ม.ค. 59) สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ของจีนทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการที่ชะลอลง ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนมีน้ำหนักมากขึ้น
นอกจากนี้ ทางการจีนยังกำหนดค่าเงินหยวนอ่อนค่าต่อเนื่อง ทำให้ตั้งแต่ต้นปี เงินหยวนที่ซื้อขายในประเทศจีนอ่อนค่าลงไป 1.5% และเงินหยวนที่ซื้อขายในตลาดต่างประเทศ อ่อนค่าไป 1.9% รวมถึงผลจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (จีโอโพลิติกส์) ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทั้งความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน และการทดลองระเบิดปรมาณูของเกาหลีเหนือ ปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวส่งผลให้ความเชื่อมั่นโดยรวมของตลาดการเงินโลกอ่อนแอลง และกดดันตลาดหุ้นและค่าเงินภูมิภาคปรับอ่อนค่าลง
สำหรับค่าเงินบาท ตั้งแต่ต้นปีเคลื่อนไหวในกรอบ 36.08-36.35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยอ่อนค่าลงประมาณ 0.7% นับจากสิ้นปีที่แล้ว การอ่อนค่าของเงินบาทดังกล่าวถือว่าสอดคล้องกับค่าเงินภูมิภาคท่ามกลางความเสี่ยงในตลาดการเงินโลกที่มีมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ยังไม่พบว่ามีสัญญาณความผิดปกติหรือความตื่นตระหนกเกิดขึ้นในตลาด สำหรับภาคเอกชนควรติดตามสถานการณ์ความผันผวนของตลาดการเงินโลกอย่างใกล้ชิด และพิจารณาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้ล่วงหน้า เพื่อรองรับกับความผันผวนที่มีแนวโน้มว่าจะคงอยู่ในระดับสูงต่อไป







