
ข้าวแบรนด์ไทย ดังไกลสู่อาเซียน
ข้าวเป็นหนึ่งในอาหารของคนไทยที่นิยมบริโภคเป็นอาหารหลักในทุกๆ มื้อ จึงทำให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลายท่านก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันในธุรกิจนี้อย่างจริงจัง ทั้งผู้ผลิตข้าวถุงแบบไม่มีแบรนด์และข้าวแบรนด์ดังต่างๆ ซึ่งในวันนี้ผมขอหยิบยกข้าวไทยตราไก่แจ้ ข้าวท้องถิ่นจากชลบุรี มาเล่าให้ฟัง เพราะเป็นแบรนด์ที่มีความเป็นมาที่น่าสนใจ และสามารถพลิกโฉมจากข้าวถุงแบรนด์ธรรมดา ให้กลายเป็นแบรนด์ที่ติดตลาดได้ในเวลารวดเร็ว
ข้าวเป็นหนึ่งในอาหารของคนไทยที่นิยมบริโภคเป็นอาหารหลักในทุกๆ มื้อ จึงทำให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลายท่านก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันในธุรกิจนี้อย่างจริงจัง ทั้งผู้ผลิตข้าวถุงแบบไม่มีแบรนด์และข้าวแบรนด์ดังต่างๆ ซึ่งในวันนี้ผมขอหยิบยกข้าวไทยตราไก่แจ้ ข้าวท้องถิ่นจากชลบุรี มาเล่าให้ฟัง เพราะเป็นแบรนด์ที่มีความเป็นมาที่น่าสนใจ และสามารถพลิกโฉมจากข้าวถุงแบรนด์ธรรมดา ให้กลายเป็นแบรนด์ที่ติดตลาดได้ในเวลารวดเร็ว
คุณธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวบรรจุถุงตราไก่แจ้ เล่าให้ฟังว่า ข้าวไก่แจ้เริ่มต้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว จากความพยายามของคุณพ่อที่อยากจะทำธุรกิจส่วนตัวของครอบครัว และมองหาโอกาสเพื่อต่อยอดธุรกิจขายข้าวสาร ซึ่งในอดีตการขายข้าวสารส่วนใหญ่จะเป็นแบบตักขายตามร้านทั่วไป ข้าวถุงยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก มีแต่เฉพาะคนกรุงเทพฯ ที่นิยมรับประทาน เมื่อคุณพ่อเห็นโอกาสจึงคิดทำข้าวถุงขาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของข้าวถุงแบรนด์ไก่แจ้ ที่เป็นเจ้าแรกใน จ.ชลบุรี
ชื่อแบรนด์ไก่แจ้ มาจากคุณพ่อที่เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะไก่ จึงคิดว่าใช้ชื่อไก่แจ้น่าจะดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ดี หลังจากรุ่นพ่อที่บุกเบิกข้าวตราไก่แจ้เพื่อขายในกรุงเทพฯ และ 3 อำเภอใน จ.ชลบุรี คุณธีรินทร์ ซึ่งเป็นลูกชายก็ได้เข้ามารับช่วงกิจการต่อ โดยมีแนวคิดต่อยอดว่าเมื่อคนชลบุรีได้กินข้าวไก่แจ้แล้ว ทำไมพื้นที่อื่นๆ ถึงจะกินข้าวไก่แจ้ไม่ได้ จึงเริ่มต้นการวางแผนการตลาดใหม่เพื่อขยายตลาดให้ครอบคลุมพื้นที่รอบข้างและในจังหวัดต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะเขตชายแดนที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี
จนถึงวันนี้ข้าวตราไก่แจ้สามารถจำหน่ายไปทั่วประเทศ มีช่องทางจำหน่ายทั้งร้านค้า โมเดิร์นเทรด และร้านสะดวกซื้อ นอกจากนี้ยังเตรียมแผนการผลิตข้าวถุงเพื่อบุกตลาดอาเซียนอย่างจริงจัง โดยได้ลงทุนซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อขยายโรงงาน ซึ่งจะสามารถรองรับจำนวนยอดผลิตที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
จากเรื่องราวของข้าวตราไก่แจ้ ข้าวถุงแบรนด์เล็กๆ จากชลบุรี ที่สามารถยกระดับมาเป็นแบรนด์ดังระดับประเทศ และอยู่ในใจลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว มีแนวทางในการทำธุรกิจที่น่าสนใจ ดังนี้
1.สร้างองค์กรให้เป็นมืออาชีพ อุปสรรคการขยายธุรกิจของข้าวตราไก่แจ้ในช่วงแรก คือ การปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการแบบเถ้าแก่ที่เจ้าของทำคนเดียวทั้งหมด มาสู่การเป็นองค์กรที่มีความเป็นมืออาชีพเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ โดยการจ้างพนักงานเพิ่ม การจัดทำระบบบัญชีที่มีมาตรฐาน การเพิ่มงบการตลาดเพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้เป็นที่รู้จักของลูกค้ามากขึ้น ส่งผลต่อยอดขายที่เพิ่มมากขึ้น
2.ไม่ขายข้าวแต่ขายแบรนด์ ธุรกิจข้าวไก่แจ้มีแนวคิดที่ไม่ได้ขายข้าว แต่ขายแบรนด์ ซึ่งหมายถึงไม่เน้นการแข่งขันในด้านราคา เพราะการแข่งขันด้านราคาจะไม่เป็นผลดีในระยะยาว แต่การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์จะทำให้แบรนด์มีความยั่งยืนกว่า
3.คุณภาพสินค้าต้องได้มาตรฐาน ปัญหาในช่วงแรกของข้าวตราไก่แจ้ คือ ลูกค้าไม่รู้จักเพราะเป็นแบรนด์ใหม่ อีกทั้งลูกค้ายังรู้สึกว่าทำไมต้องเปลี่ยนมาทานข้าวถุง เพราะราคาข้าวถุงแพงกว่าข้าวแบบตักขาย คุณธีรินทร์ จึงหาวิธีเปลี่ยนความคิดและสร้างความเข้าใจลูกค้าว่าราคาข้าวถุงไม่ได้แพงกว่าข้าวตัก น้ำหนักข้าวถุงก็เที่ยงตรงกว่า เวลาหุงคุณภาพก็ดีกว่า รวมทั้งยังสามารถเก็บไว้นานโดยคุณภาพยังคงเดิม ทำให้ลูกค้าหันมาบริโภคข้าวถุงเพิ่มมากขึ้น
ข้าวตราไก่แจ้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของผู้ประกอบการที่แม้เริ่มต้นทำธุรกิจจากระดับท้องถิ่น แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ รวมทั้งความจริงใจที่มีต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะการใส่ใจเรื่องคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า ทำให้ในที่สุดข้าวตราไก่แจ้ กลายเป็นแบรนด์ที่ครองใจคนไทย และสามารถสยายปีกสู่ตลาดอาเซียนได้อย่างภาคภูมิ







