
ไฟแนนซ์ทูเดย์
โดย...ใจฮิน
โดย...ใจฮิน
... มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กำลังเป็นดาบสองคม แม้ว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นได้ผลดี แต่ก็ทำให้คนชั้นกลางและคนรวยเริ่มเสพติดมาตรการประชานิยมมากขึ้น โดยเฉพาะการลดแลกแจกแถมด้วยการลดภาษีต่างๆ นานา ทั้ง ลดภาษีลงทุน ลดภาษีเอสเอ็มอี ลดภาษีช็อปปิ้ง จนตอนนี้นายทุนผู้ประกอบการแห่ขอให้รัฐบาลทำการลดแลกแจกแถมต่ออีกไปเรื่อยๆ ดูท่าจะไม่มีที่สิ้นสุดเสียแล้ว
... ทีมเศรษฐกิจของ สมคิด ประเมินว่าอีก 7 ปี รัฐบาลจึงจะสามารถจัดทำงบประมาณสมดุลได้ ดูเหมือนระยะเวลาไม่ใช่น้อย แต่เอาเข้าจริง เรื่องนี้ทำให้ทีมงานของ กฤษฎา
จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ต้องคิดหนัก เพราะในภาวะที่การจัดเก็บรายได้ยังไม่กระเตื้อง และมีทีท่าว่าจะลดลงด้วยซ้ำ ขณะที่รายจ่ายพุ่งพรวด สวนทางกับภาษีเก็บได้น้อย และภาวะเศรษฐกิจโลกและไทยอ่อนแอเช่นนี้ จะทำให้งบประมาณของไทยเข้าสู่ภาวะสมดุลภายใน 7 ปี ได้อย่างไร
... มีคนแอบบ่นน้อยใจท่าน รมว.คลัง อภิศักดิ์ ว่าเวลานิรโทษกรรมการเสียภาษีให้กับผู้ประกอบการ บรรดานายทุนทั้งหลาย ขุนคลังรายนี้ท่านได้เร็ว เห็นมีผลทันที โดยการใช้วิธีออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แต่พอจะลดภาษีให้บุคคลธรรมดา กลับออกเป็น พ.ร.บ.ที่ต้องใช้เวลาดำเนินการเป็นครึ่งปี ยิ่งไปกว่านั้น กว่าจะมีผลบังคับใช้ลดภาษีเงินได้ ก็เข้าไปปี 2560 ที่จะมีการยื่นจ่ายภาษีในปี 2561 อย่างนี้ ไม่รู้จะลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร
... ในที่สุดอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ของกระทรวงการคลัง ที่มี รมว.คลัง อภิศักดิ์ เป็นประธาน ก็มีมติให้ไล่ สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ออกจากราชการ เป็นผลจากการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้ว่า มีการทุจริตการขอคืนภาษี ด้วยการส่งออกสินค้าเป็นเท็จ







