posttoday
ดัชนีผู้บริโภคธ.ค.แตะ76.1สูงสุดรอบ7เดือน

ดัชนีผู้บริโภคธ.ค.แตะ76.1สูงสุดรอบ7เดือน

07 มกราคม 2559

หอการค้าเผย ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค.อยู่ที่ 76.1 สูงสุดในรอบ 7เดือนและปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเดือนที่3 มาตรการช็อปช่วยชาติเม็ดเงินสะพัด 1.78 หมื่นล้านบาท

หอการค้าเผย ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค.อยู่ที่ 76.1 สูงสุดในรอบ 7เดือนและปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเดือนที่3 มาตรการช็อปช่วยชาติเม็ดเงินสะพัด 1.78 หมื่นล้านบาท

นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนช่วงปีใหม่และประเมินสถานการณ์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช็อปปิ้งลดหย่อนภาษี  1.5 หมื่นบาท จากกลุ่มตัวอย่าง 208 ตัวอย่าง พบว่า มีผู้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 1.86 ล้านคน จากผู้มีสิทธิ์ที่เสียภาษีทั้งหมด 3.25 ล้านคน มีเม็ดเงินสะพัด 1.75 หมื่นล้านบาท เป็นเม็ดเงินที่คนวางแผนใช้จ่ายปกติและไม่ซื้อเพิ่ม แต่ได้อานิสงส์จากมาตรการ 6,957 ล้านบาท และเป็นเม็ดเงินที่มีการซื้อเพิ่มเติมจากมาตรการถึง 1.09 หมื่นล้านบาท ขณะที่รัฐเสียรายได้ไป 3,188.92 ล้านบาท

"จะเห็นว่ารายได้ที่รัฐเสียไป 3 พันกว่าล้านบาท สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึง 5 เท่า สะท้อนให้เห็นว่า คนยังมีเงินอยู่ในมือ ซึ่งมาตรการระยะสั้นอย่างนี้สามารถทำได้เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ทำให้เริ่มเห็นบรรยากาศการจับจ่ายใช้สิยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มกลับมา" นายธนวรรธน์ กล่าว

ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนธ.ค.2558 อยู่ที่ 76.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ย.ที่อยู่ 74.6 เป็นค่าดัชนีที่สูงสุดในรอบ 7 เดือน และเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เพราะผู้บริโภครู้สึกว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยและมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ทำให้รู้สึกว่ามีเงินในกระเป๋ามากขึ่น โดยราคาน้ำมันที่ลดลงทุกๆ 1บาท/ลิตร จะช่วยชาติประหยัดได้ประมาณ 2.5-3 หมื่นล้าน/ปี หรือช่วยกระตุกเศรษฐกิจได้ 0.1-0.2%

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังมีความกังวลต่อความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก การส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัว โดยภาคเอกชนมองว่าการส่งออกปีนี้จะขยายตัวอยู่ที่ 2% จากเป้ารัฐบาลตั้งไว้ 5% และราคาสินค้าพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ รวมทั้งปัญหาภัยแล้ง ซึ่งประเมินว่าปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ่นจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง 5-7 หมื่นล้านบาท และเมื่อรวมราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงประมาณ 1 แสนล้านบาท ดึงจีดีพีลง 0.3-0.5%

 "จะเห็นว่าค่าดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมในเดือนธ.ค.อยู่ที่ 65.1 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องและค่าเฉลี่ยในช่วงไตรมาส4 เริ่มปรับตัวสูงขึ้นกว่าไตรมาส3 แสดงว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้นจริง ซึ่งถ้าค่าเฉลี่ยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องก็น่าจะเริ่มเห็นว่าความเชื่อมั่นการบริโภคจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติได้ในช่วงไตรมาส2/2559" นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส1-2 ของปีนี้ น่าจะโตที่ 3-3.5% ได้อยู่ส่วนไตรมาส3 ที่จะมีการลงทุนโครงการต่างๆ จากภาครัฐเข้ามา ประกอบกับเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว การส่งออกของไทยเริ่มดีขึ้น ก็น่าจะทำให้ช่วงไตรมาส3-4 เศรษฐกิจไทยโตที่ 3.5-4%ได้ และเมื่อมองภาพรวมทั้งปีนี้ก็น่าจะโตอยู่ในกรอบ 3-3.5% ได้อยู่ แต่หากความขัดแย้งระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นทั่วโลกขยายวงกว้าง อาจทำให้เศรษฐกิจโลกโตช้าลงและส่งผลให้เศรษฐกิจโตต่ำกว่าที่คาดไว้ 3-3.5% ได้

อย่างไรก็ดี ปัจจัยลบที่หอการค้าไทยกังวลมากที่สุดคือ เรื่องความวุ่นวาย การก่อการร้าย และความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ เพราะเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไม่ได้ รวมถึงเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ เพราะจะเห็นว่ามีการขายสินค้าต่ำกว่าทุน (ดัมพ์ราคา) ออกมามาก ทำใก้กังวลว่าไม่รู้ภายในของจีนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ซึ่งหากปล่อยไว้เกรงว่าอาจจะมีผลต่อภาคธนาคารได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท