
หนุนเข้าฐานภาษีเสริมแกร่ง
สมาคมเอสเอ็มอีกระตุ้นสมาชิกเข้าระบบมาตรฐานภาษี ชี้โอกาสเปิดรับเออีซี
สมาคมเอสเอ็มอีกระตุ้นสมาชิกเข้าระบบมาตรฐานภาษี ชี้โอกาสเปิดรับเออีซี
นายธานินทร์ สมะลาภา นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (เอทีเอสเอ็มอี) เปิดเผยว่า มาตรการจูงใจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เข้าสู่ระบบภาษีถูกต้อง และการลดหย่อนภาษี ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 นี้ คาดว่าจะทำให้เอสเอ็มอีคลายความกังวลและหันเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีจะต้องไปขึ้นทะเบียนเป็นผู้ได้รับการยกเว้นตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ และต้องทำบัญชีให้ถูกต้องนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 ในเบื้องต้นมาตรการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่มีกำไรแต่อยู่นอกระบบภาษี และยังส่งผลดีต่ออนาคตทางธุรกิจด้วย ตามหลักการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุไว้ภายใน 3 ปีนับจากนี้ หากเอสเอ็มอีรายใดไม่เข้าระบบก็จะไม่ได้รับสิทธิอนุมัติปล่อยสินเชื่อจากธนาคาร
“มาตรการนี้น่าจะช่วยสร้างบรรยากาศและคลายความกังวลใจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เข้าระบบภาษีและได้ถูกต้องมากขึ้น ซึ่งในส่วนของสมาคมจะเร่งแผนงานสนับสนุนสมาชิกด้านต่างๆ โดยเฉพาะการจัดทำระบบบัญชีที่เป็นไปตามมาตรฐาน จากที่ผ่านมาเรื่องนี้จะเป็นจุดอ่อนของเอสเอ็มอีไทย” นายธานินทร์ กล่าว
สำหรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปีนี้ มองว่าเป็นเรื่องดีมากกว่าเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจของเอสเอ็มอีไทยที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นการแข่งขันและทำให้ผู้ประกอบการมีความตื่นตัวพัฒนาขีดความสามารถของตัวเองมากขึ้น ด้วยตลาดเออีซีจะเป็นทั้งการเปิดโอกาสให้ชาติสมาชิกอาเซียนเข้ามาทำตลาดในไทย ขณะเดียวกันเอสเอ็มอีไทยที่แข็งแกร่งก็มีโอกาสไปทำตลาดในประเทศดังกล่าวเช่นกัน
ขณะที่อัตราการเติบโตธุรกิจเอสเอ็มอีในไตรมาสแรกปีนี้ มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องจากปลายปี 2558 จากบรรยากาศการจับจ่ายในประเทศที่ดีขึ้น แต่จะยังไม่สามารถประเมินภาพรวมทั้งปีได้ ด้วยจากหลายปัจจัยลบในปีนี้ เช่น กำลังซื้อในประเทศ ภัยแล้งธรรมชาติที่กระทบราคาผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น ส่วนปัจจัยบวกยังเป็นเรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งหากสามารถประคองได้คาดจีดีพีเอสเอ็มอีอยู่ที่ 3%
นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกกิตติมศักดิ์เอทีเอสเอ็มอี กล่าวว่า อยากให้สมาชิกมาลงทะเบียนเข้าระบบภาษี เพราะจะทำให้การดำเนินงานมีระบบ มีมาตรฐาน รวมถึงสร้างความน่าเชื่อถือ ยิ่งเมื่อเปิดเออีซีมีโอกาสที่พันธมิตรจะเข้ามาร่วมทุนมากขึ้น เพื่อรับมือในอนาคตที่การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น







