
ปัจจัยนอกกดหุ้นลงทุนยาก
ฟิลลิปมองปัจจัยนอกกดหุ้นไม่สดใส นักลงทุนชิงขายถือเงินสด ยังไม่แนะเข้าลงทุน
ฟิลลิปมองปัจจัยนอกกดหุ้นไม่สดใส นักลงทุนชิงขายถือเงินสด ยังไม่แนะเข้าลงทุน
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การลงทุนในวันแรกของปีไม่ค่อยสดใส หลังจากตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงอย่างหนักจนพักการซื้อขายชั่วคราว ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียและไทยปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนต่างเทขายหุ้นเพื่อถือเงินสด โดยมองว่ายังไม่ใช่จังหวะในการเข้าลงทุน
“ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือน ธ.ค.ของจีนออกมาลดลง แต่ก็ต่อเนื่องมาหลายเดือน ซึ่งตลาดอาจกังวลมาตรการของรัฐที่ห้ามผู้ถือหุ้นใหญ่ขายหุ้น 6 เดือน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 8 ม.ค.นี้นักลงทุนจึงรีบขายก่อน” นายสานุพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่แนะนำให้ลงทุนใน A-Share มานานแล้ว เนื่องจากราคาหุ้นสูงกว่าตลาดฮ่องกง (H-Share) ประมาณ 20-30% และมีความผันผวนสูงมากเห็นได้จากวันที่ 4 ม.ค. A-Share ลดลง 6.86% ขณะที่ H-Share ลดลง 2.68% เท่านั้น
นายสานุพงศ์ กล่าวว่า การลงทุนในตลาดหุ้นจีน H-Share เหมาะกับลงทุนในระยะ 3 ปีขึ้นไป เพราะในระยะสั้นตลาดยังมีความผันผวนสูง จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและมาตรการของภาครัฐที่จะมีออกมาเพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัว
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการจัดพอร์ตลงทุนในปี 2559 นี้ แนะนำให้แบ่งเงินลงทุนบางส่วนไปในตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว ซึ่งแนะนำตลาดหุ้นยุโรปและตลาดหุ้นญี่ปุ่น เนื่องจากยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของตัวเองผ่านมาตรการต่างๆ จึงทำให้ตลาดยังน่าสนใจ
“ตลาดหุ้นไทยยังไม่แนะนำให้รีบเข้าลงทุน เนื่องจากตลาดขาดปัจจัยสนับสนุน ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังกดดันเงินไหลออกหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ปัจจัยในประเทศ เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว การลงทุนของโครงการภาครัฐยังไม่เกิด ทำให้หุ้นไทยมีความผันผวนสูงในปีนี้” นายสานุพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ครบกำหนด 5 ปีที่นักลงทุนมักจะขายออกมาในช่วงเดือน ม.ค.นั้นมองว่า ในปี 2559 นี้คงมีไม่มาก เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ขาดทุนหรือมีกำไรไม่มากจากการลงทุน 5 ปีที่ผ่านมา จึงมองว่านักลงทุนอาจรอจังหวะให้ดัชนีปรับตัวขึ้นก่อนแล้วจึงทยอยขายมากกว่าขายในตอนนี้
ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรายหนึ่ง กล่าวว่า นักลงทุนขายกองทุน LTF ออกมาไม่มากนักเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านๆ มา อาจเป็นเพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้กำไร จึงเลือกที่จะถือต่อ แต่คนที่พอมีกำไรอาจขาย เพื่อถือเงินสดไว้ก่อน เนื่องจากตลาดปีนี้จะมีความผันผวนมากกว่าปีที่ผ่านมา และการลงทุนจะยากขึ้น
“ตลาดเปิดตัวมาไม่ค่อยดี ทั้งเรื่องของจีน และความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับซาอุดิอาระเบียทำให้นักลงทุนกังวล จึงเลือกขายหุ้นเพื่อถือเงินสดไว้ก่อน”







