posttoday
สังคมไทยกับเศรษฐกิจดิจิทัล และระบบ e-Payment

สังคมไทยกับเศรษฐกิจดิจิทัล และระบบ e-Payment

05 มกราคม 2559

โดย...ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน

โดย...ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน

หลังการประมูลสัญญาณ 4จี แบบมาราธอนยาวนานเกือบ 66 ชั่วโมง ที่จบไปเมื่อกลางเดือน ธ.ค.ปีที่แล้วด้วยมูลค่าการประมูลรวมสูงที่สุด 151,952 ล้านบาท (ทุบสถิติโลก!) สะท้อนให้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะในเรื่องของการก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) อย่างเต็มสตรีม

เพราะ 4จี จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ต่อระบบเศรษฐกิจ การค้า การบริการ และพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามกระแสเทคโนโลยี ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจใน
รูปแบบของเศรษฐกิจดิจิทัล เราจะมาดูนิยามความหมายอย่างง่ายของเศรษฐกิจดิจิทัลกันก่อน

เศรษฐกิจดิจิทัล หมายถึง เศรษฐกิจที่อาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศ อินเทอร์เน็ต มาสร้างอาชีพหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร โทรคมนาคมในการพัฒนาธุรกิจการค้าการบริการ รวมถึงอุตสาหกรรมต่างๆ จากคำจำกัดความอย่างง่ายนี้จึงครอบคลุมการดำเนินการทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง

ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้ว สิ่งที่ภาครัฐต้องการมิใช่เพียงแต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมและกระบวนการทางเศรษฐกิจและสังคมของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการแข่งขันของประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

ย้อนไปเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา สังคมไทยได้มีการพูดถึงเศรษฐกิจดิจิทัลกันแล้ว แต่เริ่มเห็นจุดเปลี่ยนจริงๆ ในปี 2557 โดยภาคการเงินมีการนำเสนอนวัตกรรมการชำระเงินใหม่ๆ เช่น การชำระผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต การซื้อขายกองทุนรวมผ่าน VDO Call การโอนเงินโดยใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่แทนเลขที่บัญชี การใช้คิวอาร์โค้ดในการทำธุรกรรมชำระเงิน และการให้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการซื้อสินค้าออนไลน์ (e-Commerce)

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจดิจิทัลจะเกิดได้อย่างสมบูรณ์ จำเป็นต้องมีกลไกที่ขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม นั่นก็คือระบบ e-Payment หรือการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยทำให้ทุกภาคส่วนทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างครบวงจร

โดย e-Payment 8 ประเภท ที่จะนำสังคมไทยไปสู่สังคมดิจิทัล ได้แก่ 1.การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Money 2.การให้บริการเครือข่ายบัตรเครดิต 3.การให้บริการเครือข่ายอีดีซี 4.การให้บริการสวิตชิ่งในการชำระเงิน 5.การให้บริการหักบัญชี 6.การให้บริการชำระดุล 7.การให้บริการรับชำระเงินแทน และ 8.การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใด หรือผ่านทางเครือข่าย

โดยในจำนวนทั้ง 8 ประเภทบริการนี้ เราๆ ท่านๆ จะสัมผัสหรือรับรู้ถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมดิจิทัลอย่างไม่รู้สึกแปลกแยก เพราะภาครัฐโดยธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลังจะใช้เครือข่ายสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและเกิดประโยชน์ต่อคนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการออกบัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็ม ในอัตราค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรม การสนับสนุนให้เกิดการใช้บัตรชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เงินสด และการเพิ่มปริมาณร้านค้ารับบัตร ซึ่งในประการหลังนี้ รัฐบาลและ ธปท.ได้ตั้งเป้าหมายให้มีร้านค้ารับบัตร โดยติดตั้งเครื่อง EDC (Electronic Data Capture) ให้ได้ 2 ล้านเครื่อง จากปัจจุบัน ประเทศไทยมีร้านค้ารับบัตรของทุกธนาคารรวมกันอยู่ที่ 4 แสนเครื่อง

ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพและลดภาระต้นทุนทางการเงินของประเทศ ลดการพิมพ์ธนบัตร และลดการเก็บรักษาเงินสด อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบและควบคุมกิจกรรมที่ผิดกฎหมายและช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการจ่ายเงิน ขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ โดยเป้าหมายสุดท้ายคือ การเป็นสังคมไร้เงินสดโดยสมบูรณ์ (Cashless Society) ที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องพกเงินสด ใช้เพียง Common Ticket หรือบัตรสไปเดอร์ (บัตรแมงมุม บัตรเติมเงินแบบ Prepaid Card ที่แสดงตัวตนได้ โดยบัตรจะมีเลขที่ตรงกับเลขที่บัญชีหรือหมายเลขโทรศัพท์ซึ่งเชื่อมโยงกับกระเป๋าเงินของตัวเอง) ก็สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ และในอนาคตอันใกล้นี้ (หลังวันที่ 16 พ.ค. 2559) สถาบันการเงินทุกแห่งที่ออกบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็มจะต้องเข้าสู่มาตรฐานความปลอดภัยแบบชิปการ์ด ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการอีกรูปแบบหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ