posttoday
ส่องปัจจัยบวก-ลบศก. ชี้ชะตาธุรกิจปี’59

ส่องปัจจัยบวก-ลบศก. ชี้ชะตาธุรกิจปี’59

05 มกราคม 2559

เศรษฐกิจไทยที่ซบเซาอย่างหนัก นับตั้งแต่ปี 2557-2558 เนื่องจากภายในประเทศเกิดปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย

เศรษฐกิจไทยที่ซบเซาอย่างหนัก นับตั้งแต่ปี 2557-2558 เนื่องจากภายในประเทศเกิดปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย โดยเฉพาะความไม่มั่นคงทางการเมือง และเมื่อย่างเข้าปี 2559

ทิศทางเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวเป็นรูปเครื่องหมายถูกหรือตราไนกี้อย่างที่รัฐบาลหวังไว้หรือไม่ ยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยลบและบวก ทั้งจากภายในประเทศและนอกประเทศเป็นสำคัญ

สุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปลากระป๋องโรซ่า เปิดเผยว่า การเกิดภัยแล้งจะเป็นปัจจัยลบ ที่อาจจะกระทบต่อกำลังซื้อกลุ่มผู้มีรายได้น้อยไม่ฟื้นตัว เพราะเกษตรกรจะได้รับผลกระทบในวงกว้าง หากฝนตกก่อนฤดูกาลธุรกิจการเกษตรจะรอดพ้นวิกฤต แต่หากฝนตกตามฤดูกาลก็ค่อนข้างลำบากแล้ว เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนเหลืออยู่น้อยมาก และกรณีที่ฝนตกช้ากว่าฤดูกาล เกษตรกรจะได้รับผลกระทบสูงมาก

สำหรับปัจจัยบวก การลงทุนจากทางภาครัฐในด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ หรือโครงการเมกะโปรเจกต์ ที่เริ่มเซ็นสัญญาไตรมาสแรก ส่งผลให้มีเม็ดเงินสะพัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ส่วนราคาน้ำมันที่ลดลงไม่มีผลต่อโครงสร้างราคาสินค้าปรับลดลง แต่จะทำให้ซัพพลายเออร์มีต้นทุนการผลิตสินค้าที่ลดลง และคาดว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะไม่ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เพราะภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังคงผันผวน โดยประเมินว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังไม่มีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวในปี 2559

อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี กล่าวว่า ปัจจัยลบของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 2559 มาจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดการซื้อพันธบัตร (QE) ลงอีกครั้งจะมีผลทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนลง จากปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนกว่า 36 บาท/เหรียญสหรัฐ หากค่าเงินอ่อนแตะ 38 บาท/เหรียญสหรัฐ มีผลทำให้ผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นไม่เกิน 5% จากปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้านำเข้าอุปกรณ์การผลิตราว 10%

“ปัจจัยบวกผลักดันให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปี 2559 เติบโต 5% ในช่วงครึ่งปีแรกมาจากการที่มาตรการภาครัฐกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ เร่งการโอนบ้านและมีผลทำให้คนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าบ้านใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทีวีเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้หลัก 30% ของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และราคาน้ำมันปรับลดลง ผู้บริโภคจึงมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น” อลงกรณ์ กล่าว

ด้านการส่งออกของไทยสมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี กล่าวว่า แนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนแตะ 38 บาท/เหรียญสหรัฐ ประกอบกับเศรษฐกิจยุโรปยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้การส่งออกของไทยโดยรวมทรงตัว หรือขยายตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย สำหรับการส่งออกข้าวไทย ยังอยู่ในภาวะทรงตัวต่อเนื่องจากปี 2558 มายันปี 2559 เนื่องจากในปี 2557 ส่งออกเติบโต 30-40%

สมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงจะเป็นปัจจัยบวกในปี 2559 ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าถูกลง และกำลังซื้อผู้บริโภคมีเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจของไทยยังขึ้นอยู่กับการเกิดสงครามระหว่างประเทศ ซึ่งอาจจะกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่รายได้หลักยังมาจากการส่งออก โดยประเมินว่าทิศทางราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงเน้นสงครามราคา ลด แลก แจก แถม เหมือนในปีที่ผ่านมา ส่วนสินค้าออกใหม่ก็จะมีราคาไม่สูงมากขึ้น

ในส่วนมุมมองของนักการตลาด ชลิต ลิมปนะเวช อุปนายกฝ่ายวิชาการสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้มีปัจจัยบวกด้วยกัน 3 ด้าน คือ การเกิดเทคโนโลยี 4จี ส่งผลให้ธุรกิจออนไลน์เกิดขึ้นจำนวนมาก มีเงินสะพัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ส่วนปัจจัยบวกอีกด้านมาจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านเศรษฐกิจ หากได้ผลตามความคาดหมาย เชื่อว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวได้เกินกว่า 3%

ขณะที่ปัจจัยบวกสุดท้าย คือ ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ต้นทุนระบบโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการลดลง แต่สิ่งที่น่ากังวลหากเศรษฐกิจโลกซบเซา จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเหมือนเช่นปี 2540 เพราะปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยตกอยู่ในภาวะเงินฝืดอยู่แล้ว 

ชะตาเศรษฐกิจไทย ปี 2559 จะฟื้นตัวมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะการเกิดภัยแล้งของภาคเกษตร ส่วนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ต้องลุ้นว่าจะส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจหรือไม่ แต่หากปัจจัยภายนอกประเทศไม่ดี เกิดเหตุรบพุ่งระหว่างประเทศ แน่นอนว่าเศรษฐกิจไทยจะซบเซา

จากภาพรวมที่กูรูร่วมกันมองทั้งหมด จะเห็นได้ว่าปัจจัยบวก-ลบที่เข้ามาสร้างความผันผวนให้ธุรกิจ หากรายไหนปรับตัวทัน ก็จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ ปีนี้จึงเป็นปีที่วัดฝีมือล้วนๆ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล