posttoday
ถือเงินสด 80% รับเหตุไม่คาดคิด

ถือเงินสด 80% รับเหตุไม่คาดคิด

04 มกราคม 2559

ภาพของตลาดหุ้นในปี 2559 ผมเชื่อว่าจะยากลำบากไม่แพ้ปี 2558  ถ้าใครที่ได้ติดตามงานวิเคราะห์ งานบรรยายของผมมา จะต้องทราบว่าในช่วงปลายปี 2557 ผมได้เตือนมาโดยตลอดว่าปี 2558 จะเป็นปีที่โหดร้ายสำหรับทุกคน SET Index จะขึ้นแรงแค่ในช่วงต้นปี และหลังจากเดือน ก.พ.เป็นต้นไป ตลาดจะต้องปรับฐานหนัก และเชื่อตลอดว่าตลาดจะพัง

ภาพของตลาดหุ้นในปี 2559 ผมเชื่อว่าจะยากลำบากไม่แพ้ปี 2558  ถ้าใครที่ได้ติดตามงานวิเคราะห์ งานบรรยายของผมมา จะต้องทราบว่าในช่วงปลายปี 2557 ผมได้เตือนมาโดยตลอดว่าปี 2558 จะเป็นปีที่โหดร้ายสำหรับทุกคน SET Index จะขึ้นแรงแค่ในช่วงต้นปี และหลังจากเดือน ก.พ.เป็นต้นไป ตลาดจะต้องปรับฐานหนัก และเชื่อตลอดว่าตลาดจะพัง

ปี 2559 แม้ว่าสัญญาณชี้นำต่างๆ จะไม่ได้แรงและชัดเหมือนปี 2558 ที่ตลาดจะต้องพังแน่ๆ แต่ ณ ตอนนี้ผมก็ยังมีความรู้สึกเป็นการส่วนตัวว่าปี 2559 ยังไม่น่าที่จะใช่ปีที่ดีนักสำหรับการลงทุน ปัจจัยลบหลายอย่างเหมือนจะเป็นเรื่องเก่าที่ตลาดรับรู้ แต่ก็แปลกที่ตลาดก็ยังไม่ยอมฟื้นตัวสักที จริงอยู่ว่าเรามีความคาดหวังเรื่องผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ แต่เมื่อสำรวจปัจจัยแวดล้อมดีๆ ปี 2559 ก็เหมือนปี 2558 ที่เราฝากความหวังไปที่การใช้จ่ายของภาครัฐเป็นหลัก ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นก็ดีไป แต่ถ้ามันไม่เกิดขึ้น หรือล่าช้าแบบปีที่ผ่านมาอีกล่ะ คราวนี้เศรษฐกิจคงแย่ต่อเนื่อง และแน่นอนว่าอาจจะต้องมานั่งปรับลดประมาณการกำไรกันต่อ

ปัจจัยที่ผมมองว่าน่าจะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญจะแบ่งเป็น ปัจจัยที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เช่น 1) ความผันผวนของตลาดเงิน ตลาดทุนทั่วโลก หลังเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งผมคาดว่าจะต้องส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสภาพคล่องในตลาดหุ้นของประเทศกำลังพัฒนา Emerging Market ทั้งหลาย 2) ความร้อนแรงทางด้านการเมืองในประเทศ เมื่อมีการนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญเพื่อรับฟังความคิดเห็น กระแสของคนที่ไม่เห็นด้วยในบางมาตราน่าจะเข้มข้น ตลาดจะกลับมากังวลถึงผลการลงประชามติ และกังวลต่อเนื่องไปถึงโรดแมปการเลือกตั้ง 3) วิกฤตภัยแล้งที่คราวนี้น่าจะหนักและแรงกว่าเดิม

ส่วนอีกปัจจัยหลักๆ ก็คือ ปัจจัยที่คาดไม่ถึง (และตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร) ปัจจัยตัวนี้เชื่อว่าจะเป็นไปในทางลบมากกว่าบวก และน่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ SET Index อาจต้องลงต่ำกว่าที่คาด เราต้องวางแผนพร้อมที่จะรับมือสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น พอร์ตการลงทุนควรเน้นถือเงินสดเป็นหลัก 70-80% ไปก่อน ที่เหลือยังคงให้เลือกลงทุนในหุ้นที่คาดว่าจะมีการเติบโตของกำไรที่ดีกว่าตลาด ซึ่งหุ้นที่ผมชอบมากที่สุดคือ KCE และ BH

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน