posttoday
ไอบีเอ็มดันค็อกนิทิฟบิซิเนส ช่วยสร้างโอกาสปีวอก

ไอบีเอ็มดันค็อกนิทิฟบิซิเนส ช่วยสร้างโอกาสปีวอก

04 มกราคม 2559

โดย...ณัฏฐธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐธยาน์ สุทธิเจริญ

การลงทุนด้านไอทีในประเทศไทยที่มีแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่อง ไปสู่รูปแบบอินโนเวชั่นแพลตฟอร์ม การเพิ่มขึ้นของธุรกิจสตาร์ทอัพ บิ๊กดาต้าและวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูง ทำให้ภาคธุรกิจรายเดิมต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้มากขึ้นและ “ค็อกนิทิฟ บิซิเนส” จะเป็นโอกาสสำคัญให้แก่ไอบีเอ็ม

พรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย เปิดเผยว่า เมกะเทรนด์อย่าง คลาวด์ อนาไลติกส์ โซเชียล เน็ตเวิร์ก และโมบายเข้ามามีอิทธิพลต่อโลกธุรกิจ ทำให้ ไอบีเอ็ม มองว่าตัวชูโรงของปีนี้ น่าจะเป็นคลาวด์ และอะนาไลติกส์ เช่นเดียวกับโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการลงทุนด้านไฮบริดคลาวด์ และซีเคียวริตี้น่าจะเพิ่มขึ้น

“องค์กรทั้งขนาดเล็กและใหญ่ รวมทั้งภาครัฐ เร่งสร้างนวัตกรรมที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา แต่ไอบีเอ็มสนับสนุนให้เด็กรุ่นใหม่สร้างไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า วัตสัน และเน้นบุกเบิกธุรกิจใหม่ ในชื่อ “ค็อกนิทิฟ บิซิเนส” หรือการวิเคราะห์ข้อมูลชั้นสูง ด้วยการใช้เทคโนโลยีคอมพิวติ้ง ที่เรียนรู้-เข้าใจ ให้เหตุผล และมีการผสานรวมนวัตกรรมด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ประมวลผลออกมาเป็นภาษามนุษย์ได้ด้วยตนเอง”

ข้อมูลจากบริษัทวิจัย ไอดีซี ได้คาดการณ์ไอทีภายในปี 2561 ไว้ว่า ครึ่งหนึ่งของผู้บริโภคทั่วโลกจะมีปฏิสัมพันธ์กับบริการที่มีเทคโนโลยีค็อกนิทิฟอยู่เบื้องหลัง

“เทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง ‘วัตสัน’ ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลชั้นสูง หากรวมกับฐานข้อมูลจำนวนมากอย่างบิ๊กดาต้าจะช่วยตอบโจทย์ภาคธุรกิจและนักการตลาดในการนำข้อมูลที่ได้ไปใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพงานและศักยภาพในการแข่งขันให้กับแบรนด์ตัวเองได้อย่างมาก”

ทั้งนี้ ลูกค้าในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ ค้าปลีก เฮลท์แคร์ โทรคมนาคมและการเงิน เริ่มให้ความสนใจกับเทคโนโลยีของไอบีเอ็มมากขึ้น และบริษัทก็ได้เข้าไปวางแผนและออกแบบกลยุทธ์แก่องค์กรขนาดใหญ่ เรียกว่าเป็นปีทองของไอบีเอ็มก็ว่าได้

“ปีที่ผ่านมาจะเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานซะเป็นส่วนใหญ่ และในปี 2559 นี้ จะเป็นยุคของการนำบิ๊กดาต้าไปวิเคราะห์และเป็นเครื่องมือในการวางแผนกลยุทธ์ เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลหรือการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลทำให้องค์กรต้องเร่งสร้างความแตกต่าง เพื่อขยายขีดความสามารถในการเข้าใจข้อมูลรูปแบบต่างๆ ซึ่งตรรกะการวิเคราะห์ และสร้างสมมติฐาน จะช่วยสร้างแนวทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร”

อย่างไรก็ตาม ไอบีเอ็มได้ประกาศตั้งกลุ่มธุรกิจให้คำปรึกษาด้านโซลูชั่นค็อกนิทิฟกว่า 2,000 คน พร้อมเตรียมพัฒนาที่ปรึกษาและทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีค็อกนิทีฟอีก 2.5 หมื่นคนเพื่อให้บริการแก่ภาคธุรกิจทั่วโลก

“การลงทุนกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.5 หมื่นกว่าล้านบาทไทยของไอบีเอ็มเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีค็อกนิทิฟ สำหรับธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ และการประกาศจับมือกับองค์กรระดับโลกชั้นนำอย่าง แอปเปิ้ล ทวิตเตอร์ เดอะเวเธอร์แชนแนล และเฟซบุ๊ก จะช่วยทวีความสามารถในการถอดรหัสและนำข้อมูลมหาศาลมาเสริมความแข็งแกร่งแก่ธุรกิจทั่วโลก” พรรณสิรี กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน