posttoday
เศรษฐกิจไทยติดปีกโต 7.5%

เศรษฐกิจไทยติดปีกโต 7.5%

25 กรกฎาคม 2553

...ทีมข่าวการเงิน

ช่วงนี้มีแต่ข่าวดีๆ ส่งสัญญาณเศรษฐกิจไทยจะติดปีกทะยานขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการส่งออกเดือน มิ.ย. ทุบสถิติมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือตลาดหุ้นไทยที่ร้อนจนปรอทแตก

ปิดตลาดสุดสัปดาห์ ทะลุแนว 840 จุด ได้สำเร็จ ดัชนีปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 2 ปีได้รับผลดีจากผลประกอบการในไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น สะท้อนว่าภาคเอกชนไทยแข็งแกร่ง แม้จะมีปัจจัยกดดันจากความไม่สงบทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ได้คลี่คลายลงไปแล้ว ธปท.ปรับเป้าจีดีพีโตปีนี้โต7.5%ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 4.35.8% เป็นเติบโต 6.57.5% แต่ยังคงประมาณการปี 2554 ไว้เท่าเดิมที่ 35%

สาเหตุที่ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีใหม่ เพราะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกโตสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเติบโตถึง 12% และผลกระทบจากปัญหาการเมืองก็อยู่ในวงจำกัด

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวมีการฟื้นตัวเร็วรวมทั้งเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ทำให้การส่งออกขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ดังนั้นเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 อาจเติบโตได้สูงกว่า 7% ส่วนในครึ่งปีแรกคาดว่าการเติบโต 10%

แม้หน่วยงานรัฐหลายฝ่ายจะฟันธงว่าเศรษฐกิจเริ่มที่จะติดปีก แต่นักวิชาการยังมีความคิดที่แตกต่าง มองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังฟื้นตัวแบบมีความเสี่ยง

โดย นายสมภพ มานะรังสรรค์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ควรต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกที่ตลาดโลกยังคงมีความไม่แน่นอนว่าจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่หรือไม่ โดยเฉพาะเศรษฐกิจของสหรัฐและจีน

ขณะที่ปัญหาการเมือง หากเกิดสุญญากาศในช่วงไตรมาส 4 นโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้

อีกปัญหาที่รัฐให้ความสำคัญมากขณะนี้คือ ส่วนต่างของดอกเบี้ยธนาคารที่ยังคงกว้าง ล่าสุดนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เตรียมนัดถกสมาคมธนาคารไทย จะให้ธนาคารพาณิชย์คิดค่าธรรมเนียมการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าด้วยความเป็นธรรม และให้มีส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากไม่สูงเกินไป สอดคล้องกับการกำกับดูแลของ ธปท.

สิ่งที่ต้องตะลึงคือแค่ 3 เดือน ธนาคารฟันรายได้ค่าธรรมเนียม 2.54 หมื่นล้านบาท เติบโต 15.63% โดยธนาคารกสิกรไทยมีรายได้ส่วนนี้โดดเด่นที่สุดที่ 5,347 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ 5,218 ล้านบาท และธนาคารกรุงเทพ ที่ 5,180 ล้านบาท

ล่าสุด คณะทำงานต้นทุนและค่าธรรมเนียมการให้บริการชำระเงินของธนาคารพาณิชย์ ที่จัดตั้งขึ้นโดยคณะกรรมระบบการชำระเงิน (กรช.) ประชุมเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบร่วมให้ธนาคารปรับลดค่าธรรมเนียมบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในต้นปี 2554

ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ขยับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% เป็น 1.5% ทำให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ทยอยขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ตาม แต่เงินฝากนั้นมีการปรับขึ้นเฉพาะเงินฝากประจำ ส่วนเงินฝากออมทรัพย์ยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% ซึ่งเป็นห่วงก็คือลูกค้าที่ถือบัญชีออมทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเกินครึ่งของเงินฝากในระบบธนาคาร ทำให้ผู้มีรายได้น้อยไม่ได้รับประโยชน์จากการขึ้นดอกเบี้ย

ที่เรียกเสียงก่นด่ากันทั้งเมือง คือเหตุการณ์ที่เครือข่ายประชาชน 4 ภาค อาศัยช่องว่างนโยบายโฉนดชุมนุมที่ยังไม่ชัดเจน ถือโอกาสบุกเข้าครอบครองที่ดินของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) 30,917 ไร่ ในพื้นที่ 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 1 จังหวัดภาคตะวันออกคือ สระแก้ว ระดมชาวบ้านที่ต้องการมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองไปยึดที่ดินไว้ ทำให้ล่าสุดนางจุไรรัตน์ ปันยารชุน กรรมการผู้จัดการ บสท. ออกมาประกาศเตือนให้ออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน ไม่เช่นนั้นจำเป็นที่จะต้องดำเนินการฟ้องร้องทางกฎหมายจนถึงที่สุด

ตลาดหุ้นรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีปิดสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี โดยได้แรงหนุนจากทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่สดใสและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่ง รวมถึงการคาดหวังการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียน ส่งผลให้มีแรงเก็งกำไรหนาแน่น หนุนดัชนีปิดวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ระดับ 840.24 จุด เพิ่มขึ้น 7.23 จุด หรือ 0.87% มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 38,823.77 ล้านบาท

โดยตลอดทั้งสัปดาห์ดัชนีเพิ่มขึ้น 1.53% จาก 827.54 จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้าและเพิ่มขึ้น 14.39% จากสิ้นปี 2552

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลอดสัปดาห์ 2,140.31 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 1,349.56 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิที่ 3,200.51 ล้านบาท และ 289.35 ล้านบาท ตามลำดับ

ด้านเครดิตสวิส โบรกเกอร์สัญชาติสหรัฐ ประกาศเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเอเชีย ยกเว้นญี่ปุ่น โดยมองว่าหุ้นไทย จีนและเกาหลีใต้มีราคาถูกที่สุดในภูมิภาคเอเชียพร้อมทั้งเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นอังกฤษและยุโรป โดยให้น้ำหนักหุ้นสหรัฐต่ำกว่าเกณฑ์

ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ออกประกาศเตือนนักลงทุนหลังพบว่าราคาหุ้นธนาคารทหารไทย (TMB) มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นและราคาเคลื่อนไหวมาก โดยตลาดหลักทรัพย์กำลังติดตามและตรวจสอบการซื้อขายหุ้น TMB หลังจากมีข่าวตามสื่อว่ามีผู้สนใจซื้อหุ้นธนาคารจากกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้หุ้นรายตัวที่มีแรงเก็งกำไรหนาแน่น เช่น บริษัททีพีไอโพลีน (TPIPL) ตามข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สั่งไม่ฟ้องทีพีไอโพลีนในความผิดกรณีจ่ายเงินค่าจ้างบริษัท เมซไซอะบิซิเนสแอนด์ครีเอชั่น เพื่อจัดทำสื่อโฆษณาและป้ายประชาสัมพันธ์มูลค่ากว่า 263 ล้านบาท ให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ส่งผลให้ราคาหุ้นแตะ 14.70 บาทเป็นราคาสูงสุดในรอบหลายปี

อีกทั้งมีกระแสข่าวกลุ่มทุนรายใหญ่ที่สนับสนุนรัฐบาล และนักการเมือง เข้ามาปลุกหุ้นเก็งกำไร TPIPL บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ