posttoday
SAWAD-LIT ทะยานต่อ กลยุทธ์โตมั่นคง

SAWAD-LIT ทะยานต่อ กลยุทธ์โตมั่นคง

02 มกราคม 2559

ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ในปี 2558 ธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD)

โดย...แน่งน้อย ชัยรัตนมโนกร

ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ในปี 2558 ธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) และบริษัท ลีซ อิท (LIT) ผลการดำเนินงานดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ และในปี 2559 ธุรกิจก็ยังมีโอกาสขยายตัวได้มากเช่นเดียวกัน เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ได้ฟื้นตัวมาก และธนาคารพาณิชย์ยังคงคุมเข้มการขยายสินเชื่อต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัททั้งสองยังนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น มีเงินจากการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ใช้ขยายการลงทุนแล้ว ทำให้สามารถใช้เครื่องมือทางการเงินอีกหลายรูปแบบ เช่น การออกหุ้นกู้ การจ่ายหุ้นปันผล

ธิดา แก้วบุตตา กรรมการ SAWAD กล่าวว่า ในปี 2558 รายได้ของบริษัทเติบโตถึง 50% จากต้นปีตั้งเป้าว่าจะขยายตัว 20-30% ณ สิ้นเดือน พ.ย. มีหนี้คงค้างมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท มีลูกหนี้ใหม่กว่า 2 แสนราย เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากสิ้นปี 2557 จำนวน 1 แสนราย คาดว่าถึงสิ้นปีจะมีลูกค้า 2.6 แสนคน

ด้านการขยายสาขาได้ทำอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีสาขาทั้งหมด 1,600 แห่ง จากสิ้นไตรมาส 3 มีจำนวน 1,464 สาขา ขณะเดียวกันธุรกิจใหม่ก็ดีกว่าคาดการณ์ไว้ เพราะสามารถซื้อพอร์ตหนี้เสียมาบริหารได้มากถึง 2,000-3,000 ล้านบาท โดยมาจากธนาคารไทยพาณิชย์ 1,600 ล้านบาท ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) 700 ล้านบาท และกำลังเจรจากับธนาคารอีกแห่งหนึ่งอีก 800 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธุรกิจซื้อหนี้มาบริหารเพิ่งเริ่มดำเนินงานในปี 2558 ยังไม่สามารถสร้างรายได้เข้าบริษัท ในปีแรกบริษัทกำลังจัดระบบ และหนี้ที่ซื้อมายังมีกระบวนการทางกฎหมายอย่างน้อยประมาณ 8 เดือน คาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้และกำไรในปี 2559 มูลค่าสินทรัพย์ประมาณ 500-600 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2559 ธุรกิจหลักคือการปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกัน จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ส่วนหนี้เสียที่ซื้อมาบริหารคาดว่าเพิ่มเป็นจำนวน 4,000-5,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 2-3 เท่าของปี 2558

SAWAD-LIT ทะยานต่อ กลยุทธ์โตมั่นคง สมพล เอกธีรจิตต์

 

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าจะเห็นการขยายธุรกิจไปเออีซีชัดเจนขึ้น เมื่อปีที่ผ่านมาได้จัดตั้งบริษัทลูกที่เวียดนามเสร็จแล้ว แต่ปีแรกของการดำเนินธุรกิจยังคงไม่มีรายได้เข้ามามากนัก แต่ก็นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานธุรกิจเพื่อไปประเทศอื่นต่อ เช่น เมียนมาและกัมพูชา แต่ทั้งนี้คาดว่าประเทศต่อไปน่าจะเป็นเมียนมา

บริษัทสนใจออกไปเปิดธุรกิจในเวียดนามเป็นประเทศแรก เนื่องจากเป็นประเทศที่มีจำนวนมอเตอร์ไซค์และรถยนต์มากกว่าประเทศไทยถึง 10 เท่า ขณะเดียวกันยังไม่มีผู้เล่นรายใหม่เข้าไปปล่อยสินเชื่อ จึงเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจของศรีสวัสดิ์ในการปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกัน

ธิดา กล่าวว่า บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มาตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2557 ทำให้มีต้นทุนทางการเงินต่ำลง หลังจากเสนอขายไอพีโอแล้ว บริษัทได้ใช้เครื่องมือทางการเงินหลายรูปแบบ และมีธนาคารพาณิชย์เป็นพันธมิตรมากขึ้น จากเดิมบริษัทใช้เงินบริหารจากธนาคารเพียง 2 แห่ง เป็น 7 แห่ง ทั้งนี้การออกหุ้นกู้ได้ดอกเบี้ย 4.1% ต่ำกว่าเงินกู้ธนาคารที่สูงถึง 6%

“ธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเสริมธุรกิจหลัก และการดูแลหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลไม่ให้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันทรงตัวอยู่ที่ 3.6% ของสินเชื่อทั้งหมด ภายใน 3 ปีนี้จะเห็นภาพการเติบโตอย่างมั่นคง”

ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างประเทศก็เพิ่มความสนใจเข้ามาลงทุนในหุ้น SAWAD เห็นได้ชัดเจนภายหลังจากกลับมาจากไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ในต่างประเทศ ในปี 2558 ไปนำเสนอข้อมูลที่สหรัฐ ฮ่องกง และสิงคโปร์ ประเทศละ 2 ครั้ง ส่วนในปี 2559 จะเริ่มออกไปประเทศแถบยุโรปเพิ่มเติม ทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทมีนักลงทุนสถาบันต่างประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงนักลงทุนรายใหญ่ของไทยด้วย

สมพล เอกธีรจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีซ อิท กล่าวว่า นับตั้งแต่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2557 มีเป้าหมายในการขยายฐานธุรกิจและผลการดำเนินงานให้กว้างขึ้นภายใน 3 ปี หลังจากนั้นจะสร้างกิจการให้สูงขึ้น เป้าหมายต้องมีรายได้ถึง 1,000 ล้านบาท กำไรสุทธิ 100 ล้านบาท และปล่อยสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท ขณะนี้เกือบถึงเป้าหมายแล้ว คาดว่าปี 2559 จะเริ่มเป้าหมายการทำตัวเลขให้สูงขึ้น

“ปี 2558 เป็นปีทองของบริษัทที่โตถึง 50% จากเป้าหมายโตปีละ 30% ตอนนี้เริ่มมีลูกค้าเอสเอ็มอีติดต่อเข้ามาและใช้บริการมากขึ้น เพราะหาสินเชื่อจากธนาคารไม่ได้ ก็ต้องมาขอสภาพคล่องจากเรา ปีก่อนมาขอเปิดวงเงินมากกว่า 100 ล้านบาท/เดือน ปี 2558 มากถึง 250 ล้านบาท/เดือน แต่ใช้จริงขึ้นอยู่กับฤดูกาล เฉลี่ยใช้จริงประมาณ 70% โดยเฉพาะช่วงที่รัฐเปิดประมูลงานเยอะๆ งานจัดอีเวนต์ประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานรัฐ และงานรับเหมาก่อสร้าง ปรับปรุง และสร้างอาคารอเนกประสงค์”

บริษัทยังเน้นเรื่องจัดพอร์ตมั่นคง หนี้ส่วนใหญ่ประมาณ 70% เป็นงานภาครัฐ และเอกชน 30% ส่วนการรับซื้อหนี้ก็จ่ายเพียง 80% และมีเงื่อนไขรัดกุมในการเก็บเงินที่ลูกค้าไปรับงานของภาครัฐ และยอมรับว่าหนี้เสียเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2.2-2.3% จากเดิมอยู่ต่ำกว่า 2%

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล