
ค้าปลีกปีลิงไม่คึกคัก ปัจจัยลบรุมฉุดกำลังซื้อ
หลังจากสร้างความคึกคักให้กับธุรกิจค้าปลีกได้พอสมควรกับมาตรการช็อปช่วยชาติ แต่หลังจากมาตรการจบลง ผู้ประกอบการค้าปลีกคงต้องกลับมาอยู่กับความเป็นจริงอีกครั้ง
หลังจากสร้างความคึกคักให้กับธุรกิจค้าปลีกได้พอสมควรกับมาตรการช็อปช่วยชาติ แต่หลังจากมาตรการจบลง ผู้ประกอบการค้าปลีกคงต้องกลับมาอยู่กับความเป็นจริงอีกครั้ง
เพราะปัญหาหลักจะยังอยู่ที่เศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว กำลังซื้อของผู้บริโภคในระดับรากหญ้ายังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรยังอยู่ในภาวะตกต่ำ ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคระดับบนที่มีกำลังซื้อก็ยังไม่มีอารมณ์ที่จะออกมาจับจ่ายใช้สอยมากนัก เนื่องจากยังมีปัจจัยลบหลายอย่างให้ต้องเก็บเงินไว้ก่อน
ปัจจัยลบที่ยังคงรุมเร้าภาพรวมธุรกิจไทยและผู้บริโภคในขณะนี้ ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าภาพรวมธุรกิจค้าปลีกไทยในปี 2559 ยังคงชะลอตัวต่อเนื่องจากปี 2558 แต่หลังจากผ่านปี 2559 ไปธุรกิจค้าปลีกจะเริ่มกลับมามีอัตราการเติบโตที่ดีอีกครั้งตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ค่อยๆ เริ่มฟื้นตัว
ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในปี 2559 คาดว่าจะยังเติบโตชะลอตัวเหมือนกับปี 2558 ที่เติบโตอยู่ที่ประมาณ 3% แต่ถ้าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจดีขึ้นก็อาจจะมีอัตราการเติบโตดีกว่าปี 2558 เล็กน้อย เนื่องจากเม็ดเงินที่ภาครัฐอัดเข้าสู่ระบบต้องใช้ระยะในการหมุนเข้าระบบเศรษฐกิจ คาดว่า ประมาณไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ของปี 2559 จึงจะหมุนเข้าระบบของธุรกิจค้าปลีก
แต่หากภาครัฐต้องการให้ภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว ก็ควรเร่งใช้งบประมาณลงทุนในด้านสาธารณูปโภค ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือด้านราคาพืชผลทางการเกษตร เนื่องจากตลอดปี 2558 ที่ผ่านมาราคาพืชผลทางการเกษตรยังอยู่ในภาวะตกต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้อของกลุ่มคนระดับล่างที่ถือเป็นฐานประชากรขนาดใหญ่ของประเทศมีกำลังซื้อที่ลดลง
จากแนวโน้มดังกล่าว มองว่าธุรกิจค้าปลีกในเซ็กเมนต์ไฮเปอร์มาร์เก็ตยังคงน่าเป็นห่วงมากที่สุด เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นกลุ่มคนระดับกลางและล่าง ส่วนเซ็กเมนต์ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ทรงตัว คือ คอนวีเนียนสโตร์และดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ส่วนเซ็กเมนต์ที่คาดว่าจะยังมีอัตราการเติบโตที่ดี คือ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสุขภาพและความงาม รวมไปถึงร้านวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน
ขณะที่การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกปี 2559 จะยังมีการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการนำมาใช้ยังคงเป็นการทำโปรโมชั่น แต่อาจจะมีความรุนแรงมากกว่าเดิม คือ ซื้อ 1 แถม 2 เพื่อระบายสินค้าในสต๊อกที่มีอยู่ เนื่องจากกระบวนการผลิตไม่สามารถหยุดชะงักได้ ขณะที่ตัวสินค้าเองก็มีข้อจำกัดในด้านของอายุสินค้า จึงทำให้ผู้ประกอบการต้องใช้กลยุทธ์ลดราคาสินค้า หรือทำโปรโมชั่น เพื่อระบายสินค้าในสต๊อก
ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า แม้ว่าปี 2558-2559 ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกจะยังอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่เชื่อว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะเริ่มกลับมาดีขึ้นนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปี 2560 เป็นต้นไป เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวประเทศไทยจะมีความพร้อมในด้านสาธารณูปโภคมากขึ้น เพราะรถไฟฟ้าหลายสายเริ่มมีความคืบหน้า ซึ่งในส่วนของภาพรวมธุรกิจค้าปลีกคาดว่าในปี 2560 จะกลับมาเติบโตได้ที่ประมาณ 6-7% หลังจากนั้นหากไม่มีปัจจัยลบยากที่จะควบคุมเกิดขึ้น คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้ในตัวเลข 2 หลักเหมือน 5 ปีที่ผ่านมา
ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น กล่าวว่า ภาพรวมกำลังซื้อของผู้บริโภคในปี 2559 มองว่าน่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปีนี้ เนื่องจากรัฐบาลมีการออกมาตรการต่างๆ ออกมากระตุ้นไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในด้านของสาธารณูปโภค การออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ หรือมาตรการลดหย่อยภาษีในแคมเปญช็อปช่วยชาติ และการที่ปี 2559 จะเป็นปีที่มีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบน่าจะทำให้เกิดการไหลเวียนในด้านของนักท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาสแรกเชื่อว่าภาพรวมกำลังซื้อของผู้บริโภคน่าจะยังไม่ฟื้นตัวดีนัก แต่นับตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไปกำลังซื้อของผู้บริโภคน่าจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเริ่มเห็นผล
สำหรับภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในปี 2559 มองว่ายังคงมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะย่านใจกลางกรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นย่านสำคัญทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ส่วนต่างจังหวัดและรอบนอกกรุงเทพฯ เชื่อว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นตามแนวโน้มของเศรษฐกิจ
ณัฐกิตติ์ กล่าวว่า จากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตลอดปี 2558 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องหันมาปรับตัวในด้านของการบริการ รวมไปถึงเทคโนโลยีในด้านต่างๆ เนื่องจากพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป คือ หันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและมือถือมากขึ้น ซึ่งในส่วนของบริษัทเองก็มีแผนที่จะพัฒนาเทคโนโลยีในด้านของแอพพลิเคชั่น บริการฟรีไว-ไฟตามจุดต่างๆ และบริการอื่นๆ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความความต้องการของลูกค้า
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกหลายรูปแบบต้องปรับตัวตามให้ทัน เช่น ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ที่ต้องออกมาปรับปรุงในด้านของการบริหารจัดการให้ดีมากขึ้น ด้วยการนำสินค้าแปลกใหม่เข้ามาจำหน่ายเพิ่มเติม เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเบื่อเร็วขึ้น ขณะที่ธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตเองก็อาจจะต้องหาบริการใหม่ๆ มาเพิ่มเติม จากเดิมที่เน้นแข่งขันในเรื่องของราคาเพียงอย่างเดียว
ด้าน ชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในปี 2559 เชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะดีขึ้น เพราะมีปัจจัยเสริมหลายๆ ด้านหนุน เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของทางภาครัฐ และเม็ดเงินจากมาตรการกระจายรายได้ในภาคส่วนต่างๆ ที่คาดว่าไหลกลับเข้าสู่ระบบในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2559 ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวจะส่งผลให้การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกสูงตามไปด้วย
แม้ว่าภาพรวมธุรกิจในปี 2559 จะยังน่าเป็นห่วง แต่หลังจากที่ภาครัฐออกมาตรการช็อปช่วยชาติให้ผู้บริโภคสามารถนำใบเสร็จไปออกใบกำกับภาษีเพื่อใช้ขอลดหย่อนภาษีได้ ส่งผลให้บรรยากาศของธุรกิจค้าปลีกในช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมามีความคึกคักอย่างมาก ทำให้หลายคนคาดหวังว่าอานิสงส์ดังกล่าวน่าจะช่วยสร้างความคึกคักต่อเนื่องได้ถึงต้นปี 2559 ได้ แต่หลังจากนั้นก็คงต้องกลับมาลุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวให้ได้โดยเร็ว







