
เร่งบุกตลาดเออีซีกำลังซื้อพุ่ง
มหาวิทยาลัยธุรกิจฯ แนะรายย่อยเร่งสำรวจตลาดก่อนเข้าเออีซี ชี้เทรนด์ธุรกิจเข้าสู่ยุคเชื่อมต่อ
มหาวิทยาลัยธุรกิจฯ แนะรายย่อยเร่งสำรวจตลาดก่อนเข้าเออีซี ชี้เทรนด์ธุรกิจเข้าสู่ยุคเชื่อมต่อ
นายธีรศักดิ์ กัญจนพงศ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจอาเซียน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า จากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการในปี 2559 จะเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่สนใจขยายตลาดดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีอย่าง กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ด้วยผู้บริโภคในประเทศดังกล่าวกำลังปรับตัวด้านกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การจะเข้าตลาดกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ผู้ประกอบการธุรกิจ โดยเฉพาะรายย่อยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าไปสำรวจภาพรวมตลาด โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภคและวัฒนธรรมด้านต่างๆ ก่อนนำสินค้าหรือบริการเข้าไปทำตลาดนั้นๆ ซึ่งรูปแบบการเข้าตลาด ในเบื้องต้นอาจเข้าไปยังตลาดการค้าชายแดน หรือนำสินค้าเข้าไปทำตลาดผ่านตัวแทนขาย (เอเยนต์) ท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
“ปัจจุบันกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศซีแอลเอ็มวีเริ่มปรับสูงขึ้น เช่น เวียดนามอยู่ที่ 1.5-2 หมื่นบาท/เดือน กัมพูชามีรายได้ขั้นต่ำ 200-300 บาท/วัน หรือเมียนมา และลาว ประเมินรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 4‚000-5‚000 บาท/เดือน” นายธีรศักด์ กล่าว
สำหรับสินค้าจากไทยที่สามารถเข้าไปทำตลาดได้ เช่น กลุ่มสินค้าขั้นพื้นฐานต่างๆ ทั้งอุปโภค บริโภคที่มีคุณภาพแบรนด์ไทยต่างๆ อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ อะไหล่รถยนต์ ทั้งมือหนึ่งและมืองสอง และกลุ่มสินค้าเกี่ยวกับอุปกรณ์ของแต่งบ้าน การสร้างบ้าน เป็นต้น ที่จะยังเป็นสินค้าที่ได้รับความต้องการสูงในตลาดประเทศดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่รูปแบบการทำธุรกิจอาเซียนนับจากนี้ จะเข้าสู่รูปแบบการเชื่อมโยง (คอนเนกซ์) ระหว่างกันมากขึ้น อาทิ ธุรกิจสินค้าหมวดอาหารว่าง จากไทยที่เข้าไปทำตลาดในเวียดนาม ก็สามารถหาแหล่งผลิตหรือวัตถุดิบจากประเทศดังกล่าว ที่สามารถส่งต่อกลับมายังประเทศไทยเพื่อผลิตและทำตลาดส่งออกต่อไปได้ เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุนทางธุรกิจได้ดีกว่า
รายงานข่าวจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า การส่งออกสินค้าของเอสเอ็มอีไทยไปต่างประเทศในเดือน ก.ค. 2558 ที่ผ่านมา เอสเอ็มอีส่งสินค้าไปตลาดอาเซียนมากที่สุด มีมูลค่า 4.09 หมื่นล้านบาท สัดส่วนการส่งออก 25.9% ของการส่งออกทั้งหมด รองลงมาประเทศจีน มีสัดส่วนส่งออก 12.5% สหภาพยุโรป 11.2% ประเทศญี่ปุ่น 9.9% และสหรัฐ สัดส่วน 9.5% ของการส่งออกทั้งหมด







