posttoday
มูลค่าหุ้นไทยดิ่ง11%

มูลค่าหุ้นไทยดิ่ง11%

31 ธันวาคม 2558

ตลาดหุ้นไทยปี 2558 นักลงทุนขาดทุนมากกว่ากำไร ดัชนีลดลง 11.40%

ตลาดหุ้นไทยปี 2558 นักลงทุนขาดทุนมากกว่ากำไร ดัชนีลดลง 11.40%

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย รายงานภาวะการซื้อขายหุ้นในปี 2558 ว่า ดัชนีหุ้นลดลง 209.65 จุด หรือ 14% ปิดที่ระดับ 1,288.02 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม หรือมาร์เก็ตแคป ลดลงจำนวน 1.58 ล้านล้านบาท คิดเป็น 11.40% 

ขณะที่กำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์รูดลงแรง เช่น บริษัท ปตท.(PTT) งวดไตรมาส 3 ขาดทุนสุทธิถึง 26,581 ล้านบาท กดกำไรสุทธิงวด 9 เดือนเหลือเพียง 19,748 ล้านบาท เปรียบเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 84,484 ล้านบาท หลังจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) ขาดทุนหนักกว่า 46,212 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ทำให้รวม 9 เดือนขาดทุนสุทธิ 36,283 ล้านบาท พลิกจากที่มีกำไรสุทธิ 45,905 ล้านบาท ในระยะเดียวกันของปีก่อน เพราะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลงแรงเหลือประมาณ 36 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้ต้องสำรองการด้อยค่าของทรัพย์สิน

“กำไรของ บจ.ที่ลดลง กดดันให้สัดส่วนราคาต่อกำไร หรือ พี/อี ของตลาดสูงขึ้นเป็น 22.57 เท่า ทำให้ตลาดหุ้นไทยได้รับความสนใจน้อยลง โดยนักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิกว่า 1.5 แสนล้านบาท”

ในปี 2558 นักลงทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทยทำกำไรยากมาก บางรายถึงกับขาดทุน เนื่องจากหุ้น กลุ่มใหญ่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบอย่างรุนแรง ส่งผลให้มาร์เก็ตแคปของอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดลดลง ยกเว้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และกลุ่มบริการ ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค มูลค่าลดลงมากที่สุด 33.12% ตามด้วยกลุ่มเทคโนโลยี หายไป 31.7% และธุรกิจการเงิน ลดลง 22.29%

ทั้งนี้ กลุ่มการเงินได้รับผลกระทบจากหนี้สินของกลุ่มบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) ทำให้เจ้าหนี้ใหญ่ 3 ราย ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกรุงไทย (KTB) และบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ต้องตั้งสำรองมากเป็นพิเศษ ไม่รวมถึงภาระสำรองที่เกิดจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ กดดันให้กำไรของ SCB เหลือเพียง 9,018 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ลดลงมากเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13,252 ล้านบาท ส่งผลต่อเนื่องถึง 9 เดือนปีนี้กำไรสุทธิ 35,387 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มเทคโนโลยี เดิมหุ้นมีจุดเด่นเรื่องผลกำไรเติบโตและจ่ายเงินปันผลสูง แต่เมื่อมีการประมูลใบอนุญาต 4จี คลื่น 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ สูงเกินคาดการณ์ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในบริษัทที่ชนะการประมูล และบริษัทที่ประมูลไม่ได้ พี่ใหญ่อย่างบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ได้คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ มาในราคา 40,986 ล้านบาท ทุบราคาหุ้นเหลือเพียง 150 บาท หรือราคาลดลงกว่า 100 บาท ในปีนี้

ด้านตลาดหุ้นวันสุดท้ายของปี 2558 ได้ราคาน้ำมันหนุนหุ้นพลังงาน สนับสนุนดัชนีบวก 4.24 จุด ปิดที่ระดับ 1,288.02 จุด โดยสถาบันในประเทศซื้อเจ้าเดียวมากถึง 3,243 ล้านบาท และมีการซื้อขายบิ๊กล็อต หุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มากที่สุด จำนวน 18,318,900 หุ้น มูลค่า 2,766 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ย 151 บาท คาดทำรายการผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส ทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 13.30%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี