
รัฐใช้งบ215ล้านบาทซื้อเรือประมงคืนช่วยชาวประมงที่ได้รับผลกระทบ
ศปมผ. มีมติ12 ข้อ ประชุมส่งท้ายปี เตรียมใช้งบ 215 ล้านบาท ซื้อเรือประมงคืนเพื่อช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากการลดเรือ พร้อมเร่งทำข้อตกลง แรงงานนำเข้า
ศปมผ. มีมติ12 ข้อ ประชุมส่งท้ายปี เตรียมใช้งบ 215 ล้านบาท ซื้อเรือประมงคืนเพื่อช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากการลดเรือ พร้อมเร่งทำข้อตกลง แรงงานนำเข้า
เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เป็นประธานการประชุม ศปมผ. ครั้งที่ 23 ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่ วังนันทอุทยาน เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และติดตามเรื่องจากการประชุมที่ผ่านมา โดยในวันนี้มีหัวหน้า/ผู้แทน ส่วนราชการใน ศปมผ. เข้าร่วมประชุม เช่น พลเรือเอก ไกรวุธ วัฒนธรรม ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์ เสนาธิการทหารเรือ พลเรือเอก บงสุข สิงห์ณรงค์ หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านแรงงาน และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยที่ประชุมมีมติดังนี้
1. ให้คณะทำงานปราบปรามการใช้แรงงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ร่วมกับกรมประมง เพื่อหารือผลการดำเนินคดีจากการตรวจโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ เพื่อให้มีข้อมูลที่จะดำเนินคดีให้มีความถูกต้อง รอบคอบ และครบถ้วน และรายงานให้ที่ประชุมทราบต่อไป
2. ให้คณะทำงานประชาสัมพันธ์ ศปมผ. และสำนักงานเลขานุการ ศปมผ. ติดตามผลการออกกฎหมายลูกรองรับ พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 เพื่อวางแผนประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับรู้และเข้าใจ เพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนมากยิ่งขึ้น
3. ให้กรมประมงเร่งรัดการออกกฎหมายเพื่อให้สมุดคู่มือประจำเรือ/อาชญาบัตร มีผลบังคับใช้ได้เมื่อระบบพัฒนาการจดทะเบียนเรือ/อาชญาบัตร ได้จัดทำระบบเรียบร้อยในเดือนมีนาคม 2559
4. เนื่องจากกำลังการผลิตตาอวนก้นถุงขนาด 4 ซม. ไม่ทันตามความต้องการของชาวประมง จึงให้ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ผ่อนผันการตรวจตราอวนก้นถุงขนาด 4 ซม. จากเดินที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2559 เป็น 1 เมษายน 2559
5. ให้ สำนักงานเลขานุการ ศปมผ. ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการตามนโยบายการแก้ไขปัญหาแรงงานตามที่ได้มีการหารือระดับนโยบายของผู้บริหารระดับกระทรวงที่ ศปมผ. เมื่อ 23 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา
6. ให้กระทรวงการต่างประเทศประสานกระทรวงแรงงาน เพื่อเร่งรัดให้มีการทำข้อตกลงความร่วมมือแรงงานนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์
7. ให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นำเสนออนุมัติคู่มือการปฏิบัติงานคัดแยกเหยื่อและดำเนินคดีการค้ามนุษย์ เพื่อให้หน่วยต่าง ๆ ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติ ภายใน 15 มกราคม 2559
8. ให้ สำนักงานเลขานุการ ศปมผ. จัดการประชุมทางไกลระหว่างสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย กับ รมว.กระทรวงกิจการทางทะเลของอินโดนีเซีย เพื่อหารือการนำเรือสินค้าประมงห้องเย็นที่ตกค้างอยู่จำนวน 3 ลำ ให้สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ต่อไป
9. ให้ ฝ่ายปลัดบัญชี สำนักงานเลขานุการ ศปมผ. ประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อนำงบประมาณจำนวน 215 ล้านบาท มาใช้ในการซื้อเรือประมงคืน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 29 ธันวาคม 2558 ตามมาตรการช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากการลดเรือ เพื่อรักษาสมดุลทรัพยากรสัตว์น้ำ และให้ ศปมผ. จัดตั้งคณะทำงานเพื่อซื้อเรือคืนต่อไป
10. ให้กรมประมงออกประกาศแจ้งหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอาชญาบัตรกรณีเครื่องมือประมงอวนลากแผ่นตะเข้และอวนรากแผ่นตะเข้คันถ่างเป็นเครื่องมือทำการประมงชนิดเดียวกัน
11. ให้คณะทำงานตรวจสอบทางเทคนิคเกี่ยวกับเรือประมง เร่งรัดการดำเนินการตรวจสอบขนาดเรือและเครื่องยนต์ที่มีการแจ้งจดทะเบียนไม่ตรงตามที่ผู้ประกอบการได้แจ้งไว้ ก่อนที่จะมีการต่อทะเบียนประจำปี
12. ให้ สำนักงานเลขานุการ ศปมผ. จัดการประชุมย่อยกับสมาคมการประมงและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการประมง เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสานการปฏิบัติและรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป







