posttoday
5 แนวทางจัดการเงินโค้งสุดท้าย

5 แนวทางจัดการเงินโค้งสุดท้าย

30 ธันวาคม 2558

เหลืออีกเพียงไม่กี่วันก็จะสิ้นปี 2558 แล้ว สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายแบบนี้ ใครยังไม่ได้จัดการเรื่องเงิน K-Expert มีแนวทางมาแนะนำดังนี้ครับ

เหลืออีกเพียงไม่กี่วันก็จะสิ้นปี 2558 แล้ว สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายแบบนี้ ใครยังไม่ได้จัดการเรื่องเงิน K-Expert มีแนวทางมาแนะนำดังนี้ครับ

1.รีบโปะหนี้เท่าที่ทำได้ ช่วงปลายปีแบบนี้ หลายๆ บริษัทเริ่มมีการจ่ายโบนัสให้กับพนักงาน สำหรับคนที่ยังมีหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด ควรรีบนำเงินโบนัสมาโปะหนี้ให้ได้มากที่สุด เพราะมีดอกเบี้ยสูง 20-28% โดยเมื่อเงินออก ยังไม่ต้องคิดว่าจะนำเงินไปซื้ออะไร หรือฉลองปีใหม่ที่ไหน ให้รีบนำเงินดังกล่าวไปโปะหนี้ทันที เพราะถ้าไม่รีบ คนส่วนใหญ่ที่เคยเป็นหนี้ จะเคยชินกับการเป็นหนี้ และยิ่งในช่วงสิ้นปีรวมถึงปีใหม่ ต่างก็มีโปรโมชั่นต่างๆ ให้เราต้องใช้จ่ายเงินมากกว่าเดิม หากไม่รีบนำเงินไปโปะหนี้ เราก็จะเลื่อนหนี้ก้อนนั้นไปเหมือนที่ผ่านมา

2.อย่าลืมใช้สิทธิลดหย่อนภาษี สำหรับมนุษย์เงินเดือน เรื่องหลักปลายปีคงไม่พ้นเรื่องการหาทางเลือกเพื่อลดหย่อนภาษี ซึ่งมีเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ชีวิตของแต่ละบุคคล เช่น ถ้าใครหาทางเลือกในการลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนระยะยาว โดยสามารถรับความเสี่ยงได้ค่อนข้างสูงก็อาจจะลงทุนใน LTF หรือหากใครที่คิดว่าจะเก็บเงินไว้ยามเกษียณอายุก็อาจจะทยอยลงทุนใน RMF และสำหรับคนที่มีครอบครัวและต้องการสร้างหลักประกันที่มั่นคงก็สามารถซื้อประกันชีวิตที่มีระยะเวลาคุ้มครองเกิน 10 ปี มาช่วยลดหย่อนภาษีได้ โดยหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการลดหย่อนภาษีก็สามารถศึกษาได้ตามเว็บไซต์ต่างๆ ของธนาคารหรือสถาบันการเงินทั่วไป

และที่สำคัญปีนี้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเมื่อเราไปช็อปปิ้งตั้งแต่วันที่ 25-31 ธ.ค. 2558 นี้ เราสามารถนำใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย แต่ก็ขอให้ตระหนักไว้ว่า ควรจะเป็นการใช้จ่ายแบบที่รู้ตัวว่าเราจำเป็นต้องใช้ หรือเรามีเงินเพียงพอจริงๆ ไม่งั้นจะกลายเป็นการสร้างภาระหนี้เพิ่ม และภาษีที่ประหยัดได้ก็ไม่คุ้มค่ากับดอกเบี้ยที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา

3.เก็บเงินออมไว้ให้มากขึ้น เพราะปีหน้าเป็นปีที่คาดว่าประเทศไทยจะเกิดภัยแล้งขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลให้ข้าวของอุปโภคบริโภคมีราคาสูงขึ้น หากเรามีเงินออมไม่เพียงพอก็อาจจะกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันได้ ดังนั้นหากปลายปีเมื่อได้เงินโบนัสมาควรระมัดระวังในการใช้จ่าย โดยเทคนิคคืออาจจะลองเลื่อนการตัดสินใจใช้จ่ายออกไป เพราะหลายครั้งเราอาจจะตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์ชั่ววูบ หรือเห็นว่ามีโปรโมชั่นไม่อยากเสียสิทธิ ทั้งๆ ที่ของชิ้นนั้นอาจจะไม่ได้จำเป็นจริงๆ ดังนั้น K-Expert แนะนำว่า เราควรเก็บเงินไว้ในรูปแบบของกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่องสูง และยังได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก เผื่อยามฉุกเฉินเราก็สามารถนำออกมาใช้ได้ทันเวลา

4.จัดทำ Wish List คนที่ผิดพลาดทางการเงินส่วนใหญ่คือ ใช้จ่ายโดยไม่ได้วางแผน หากเราไม่มีปัญหาเรื่องหนี้ และสามารถเก็บเงินออมได้ระดับหนึ่งแล้ว ก็ไม่แปลกที่เราอยากจะเติมเต็มชีวิตด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่สิ่งสำคัญคือ ขอให้มีการจัดทำรายการของที่ต้องการ หรือ Wish List แล้วตั้งใจที่จะไม่ใช้เงินไปในเรื่องที่นอกเหนือจาก Wish List ก็จะช่วยให้เราสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ หรือบางคนมีเทคนิคในการจะซื้อของคือ เมื่อซื้อของราคาเท่าไหร่ จะออมเงินจำนวนเท่ากันไว้เสมอ เพื่อฝึกให้เราเป็นคนมีวินัยและไม่ใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อ

5.เตรียมตัวรับมือ “แก่ จน เป็นหนี้” จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มเศรษฐกิจและสังคมไทยตั้งแต่ปีหน้าจะต้องรับมือกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งพบว่าผู้สูงอายุเกินครึ่งมีเงินไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพหลังเกษียณซึ่งไม่มีรายได้ และสัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น น้ำท่วม หรือแคมเปญกระตุ้นการใช้จ่ายที่ผ่านมา ทำให้คนไทยมีภาระหนี้ครัวเรือนสูงมากขึ้น ดังนั้นจะจับจ่ายใช้สอยอะไรก็ขอให้ระลึกว่า เราเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องเหล่านี้แล้วหรือไม่

สุดท้ายนี้หวังว่าคนไทยทุกคนจะใช้จ่ายอย่างมีสติ และสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในปี 2559 ที่่กำลังจะมาถึง สุขสันต์วันปีใหม่ครับ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี