
คัมภีร์ธุรกิจพันล้าน ฉบับซานตาเฟ่ สเต๊ก
จากมนุษย์เงินเดือนที่ใช้เวลา 12 ปีสร้างธุรกิจพันล้านกับร้านอาหารสเต๊กชื่อดังของประเทศไทยกับ “ซานตาเฟ่”
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
จากมนุษย์เงินเดือนที่ใช้เวลา 12 ปีสร้างธุรกิจพันล้านกับร้านอาหารสเต๊กชื่อดังของประเทศไทยกับ “ซานตาเฟ่” จุดประกายตลาดร้านอาหารประเภทสเต๊ก และครองผู้นำตลาดร้านอาหารประเภทสเต๊กได้สำเร็จ
“สุรชัย ชาญอนุเดช” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคที เรสทัวรองท์ ผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสเต๊กเฮาส์ในห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ “ซานตาเฟ่ (Santafe’)” เปิดเผยถึงกลยุทธ์การทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตลอด 12 ปี และขยายสาขาสู่ 82 สาขา มาจากการที่บริษัทเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า และวางแผนธุรกิจอย่างรัดกุม ทำให้ที่ผ่านมา แม้ว่าประเทศไทยจะมีปัจจัยลบต่างๆ ธุรกิจยังเติบโตได้ดีอยู่
และจากความโดดเด่นของธุรกิจ ทำให้บริษัทได้รับรางวัล “Bai Po Business Awards by Sasin” ครั้งที่ 11 จากธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับรางวัลจากความโดดเด่นในมิติการบริหารจัดการด้านการปฏิบัติการ การบริหารจัดการด้านการสร้างตราสินค้าและการตลาด และการสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ
สุรชัย กล่าวว่า การได้รับรางวัลดังกล่าวใน 3 มิติ ทั้งการสร้างแบรนด์ การบริหารจัดการ และการสร้างธุรกิจด้วยพลังเป็นผู้ประกอบการ โดยการสร้างแบรนด์นั้นใช้ชื่อ ซานตาเฟ่ มาจากชื่อรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐ ที่เป็นเมืองที่มีบุคลิก เมืองคาวบอย มีโคเนื้อ และชุมทางสายรถไฟ ดังนั้นการนำมาใช้เป็นชื่อร้าน จึงหมายถึงการเป็นชุมสาย ที่พร้อมส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศ และเลือกโลโก้เป็นรูปรถไฟ
การมีระบบปฏิบัติการในร้านนั้น บริษัทควบคุมดูแลสาขาได้ทั้งหมด โดยมีโรงงานที่ผลิตสินค้าประเภทเกี่ยวกับน้ำ และโรงงานผลิตสินค้าของแห้ง พร้อมมีสูตรมาตรฐานอาหาร ทำให้ทุกร้านได้สูตรและรสชาติเหมือนกัน วางการบริหารทั้งระบบหน้าร้านและหลังให้เป็นระบบที่ดีสุด
ขณะที่การสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการมาจากการดีเอ็นเอของแบรนด์ คือ การส่งต่อความสุขให้แก่ลูกค้า จึงมาจากการที่ตนเองมุ่งนำเสนอสิ่งที่ดีแก่ทุกคน ทั้งแก่พนักงาน สิ่งนั้นจึงส่งต่อไปยังลูกค้าให้ได้รับความสุข และรู้สึกดีกับแบรนด์
อีกหลักสำคัญในการบริหารพนักงานกว่า 1,300 คน คือให้เกียรติแก่ทุกคนอย่างเท่าเทียม ดูแลพนักงานให้ดีที่สุด ให้ความไว้วางใจ รวมถึงให้ทุกคนได้ทำงานอย่างเต็มที่ และมีความสุขที่ได้ทำงาน
แผนงานต่อไปตั้งเป้าหมายจะเปิดให้ได้ 300 สาขา ภายในปี 2567 และในปีดังกล่าวจะมีรายได้ 5,000 ล้านบาท ขยายตัวปีละ 35-40% อีกทั้งอนาคตสนใจขยายธุรกิจร้านอาหารประเภทอื่น คาดว่าจะเป็นธุรกิจอาหารญี่ปุ่น เพราะธุรกิจอาหารมีการเปลี่ยนแปลง และมีเทรนด์ใหม่เสมอ จึงต้องสำรวจตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด โดยวางเป้าหมายเป็น King of Taste
“ผมเริ่มต้นจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานธนาคาร ต่อมาก็สนใจทำธุรกิจอาหาร จึงลาออกจากพนักงานธนาคาร มาลงทุนธุรกิจร้านอาหาร ที่ทั้งประสบความสำเร็จ และล้มเหลว ผมเรียนรู้ทุกอย่าง ทำให้เข้าใจในธุรกิจร้านอาหารอย่างแท้จริง ทำมา 20 ปี เมื่อผมรู้ว่าเทรนด์ร้านอาหารเปลี่ยนไป จึงขยายมายังร้านสเต๊ก และทำต่อเนื่องถึงปัจจุบัน” สุรชัย กล่าว







