
ภัยแล้งส่งภาคอีสานก่อหนี้สูง
ภาคอีสานแชมป์กู้เงิน สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากเพิ่มขึ้นเป็น 122.15% สะท้อนภาพเงินฝืด
ภาคอีสานแชมป์กู้เงิน สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากเพิ่มขึ้นเป็น 122.15% สะท้อนภาพเงินฝืด
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคการเงินการธนาคารในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน เกิดภาวะเงินฝืดหรือมีปัญหาด้านสภาพคล่องทางการเงินมากที่สุด เห็นได้จากมียอดรวมการกู้เงินมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภาค นอกจากนี้ยังมียอดการกู้มากกว่าการฝากเงินด้วย
ทั้งนี้ มียอดรวมเงินรับฝากทุกประเภท 6.43 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 3.35 หมื่นล้านบาท หรือ 5.5% แต่มียอดรวมการใช้สินเชื่อหรือกู้ยืมเงินจากระบบธนาคารพาณิชย์ 7.85 แสนล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน 1.85 หมื่นล้านบาท หรือ 2.3% ส่งผลให้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากสูงขึ้นมาอยู่ที่ 122.15% สูงที่สุดเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ และภาพรวมทั่วประเทศ
ด้านภาคใต้มียอดรวมการฝากเงิน 6.24 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 7,851 ล้านบาท หรือ 1.3% โดยมียอดรวมการกู้เงิน 6.71 แสนล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน 3.12 หมื่นล้านบาท หรือ 4.5% และภาคเหนือมียอดรวมการฝากเงิน 6.17 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 2.76 หมื่นล้านบาท หรือ 4.7% โดยมียอดรวมการกู้เงิน 5.7 แสนล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน 1.44 หมื่นล้านบาท หรือ 2.5% มีสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 92.17%
แหล่งข่าวจากสายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า เป็นไปได้ว่าพื้นที่ภาคอีสานมีการกู้เงินเพิ่มเร็วกว่าเงินฝาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้มีความต้องการกู้เงินสูงขึ้นเพื่อนำมาเพิ่มสภาพคล่อง แต่อย่างไรก็ดีธนาคารยังมีความระมัดระวังการให้กู้ ทำให้การขยายตัวของสินเชื่อลดลง และการให้กู้มีมาตรฐานจึงไม่กังวลกับปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มากนัก
ทั้งนี้ ธปท.รายงานภาพรวมยอดคงค้างการฝากเงินรวมทั้งระบบทั่วประเทศ ณ สิ้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่ 16.94 ล้านล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 6.1% ก่อนหน้านี้ ซึ่งธนาคารพาณิชย์โดยรวมชะลอการรับฝากลง เห็นได้จากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษระยะ 9 และ 12 เดือน และยกเลิกผลิตภัณฑ์ระยะ 8 เดือน สะท้อนว่าระบบธนาคารยังไม่ค่อยมีความต้องการระดมเงินฝากเพื่อไปขยายการปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากสินเชื่อขยายตัวได้
สำหรับยอดคงค้างการให้สินเชื่อทั้งระบบอยู่ที่ 15.83 ล้านล้านบาท คิดเป็นการขยายตัว 5.2% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน







