ไอยูยู-ไอเคโอ-ทีพีพี ปรากฏการณ์โลกล้อมไทย
ปี 2558 ยังเป็นปีที่หน่วยงานระดับนานาชาติได้เข้ามาเป็นอีกปัจจัยที่กดดันเศรษฐกิจของไทย
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
นอกจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่อไทยในหลากมิติแล้ว ปี 2558 ยังเป็นปีที่หน่วยงานระดับนานาชาติได้เข้ามาเป็นอีกปัจจัยที่กดดันเศรษฐกิจของไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต
เริ่มจากความปั่นป่วนของวงการการบินไทยและหน่วยงานกำกับอย่างกรมการบินพลเรือน (บพ.) เมื่อองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของไทยตามโครงการ USOAP ระหว่างวันที่ 19-30 ม.ค. และได้ประกาศในช่วงกลางเดือน ก.พ. ว่าไม่ผ่านมาตรฐาน โดยมีข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) 566 ข้อ สร้างความตระหนกให้ไทย แถมไม่ทันไร กลุ่มประเทศสมาชิก ICAO เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ก็ส่งหนังสือประกาศห้ามสายการบินของไทยเพิ่มเส้นทางบิน เพิ่มเที่ยวบิน และไม่ให้ชาร์เตอร์ไฟลต์ไทยเข้าประเทศ
หลังเจรจาขอลดหย่อน ทาง JCAB ของญี่ปุ่นอนุญาตให้สายการบินของไทยเข้าญี่ปุ่นได้ เช่นเดียวกับเกาหลี และช่วงเดือน พ.ค.ปีนี้ สำนักงานการบินพลเรือนจีนเข้ามาตรวจ 5 สายการบินจาก 10 สายการบินของไทย ที่ทำการบินเข้าจีน ได้แก่ โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์
สกายวิว (อาร์แอร์ไลน์) ซิตี้ แอร์เวย์ เจ็ทเอเชีย และนกสกู๊ต
ต่อมาเดือน มิ.ย. อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม ณ ขณะนั้น ได้ไปพบประธาน ICAO ที่แคนาดา เพื่อชี้แจงแผนการแก้ไขปัญหา SSC ของไทย แต่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เพราะในวันที่ 18 มิ.ย. ทาง ICAO ประกาศในเว็บไซต์ ปักธงแดงไทย หรือบ่งชี้ว่า ไทยสอบตกมาตรฐานการบิน ด้านการปฏิบัติการ
ยังไม่จบเพียงเท่านี้ องค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) และสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป (EASA) เข้ามาตรวจสอบสายการบินและการแก้ไขปัญหา SSC ของหน่วยงานกำกับของไทย โดยในวันที่ 1 ธ.ค. FAA ได้ประกาศลดอันดับไทยให้อยู่ใน Category 2 ผ่านทาง www.faa.gov เนื่องจากไม่สามารถแก้ไข 35 ข้อบกพร่องได้ครบตามกำหนด แต่การบินไทยยกเลิกเที่ยวบินไปสหรัฐหมดแล้ว ดังนั้นสามารถโค้ดแชร์สายการบินอื่นเพื่อส่งผู้โดยสารเข้าไปสหรัฐได้ แต่สหรัฐคงไม่ส่งผู้โดยสารเข้ามาไทย
ด้าน EASA ได้ประกาศผลทางเว็บไซต์วันที่ 10 ธ.ค.ว่าไม่มีสายการบินไหนของไทยถูกห้ามบินไปยุโรป ซึ่งทำให้การบินไทย และสายการบินเอ็มเจ็ท สามารถบินไปสหภาพยุโรปทั้ง 28 ประเทศได้ ซึ่งหาก EASA ห้ามสายการบินทำการบิน สายการบินไทยที่มีรายได้จากการบินไปยุโรปถึง 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมดคงแย่
สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาด้านการบินนั้น หน่วยงานราชการไทยได้แก้ไขตามแผน โดยแยก บพ.ออกเป็นส่วนๆ คือ กรมท่าอากาศยาน ดูแลสนามบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จะเป็นเรกูเลเตอร์ เป็นหน่วยงานอิสระ ส่วน 2 หน่วยงานที่เหลือ หน่วยงานการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย และหน่วยงานสอบสวนอุบัติเหตุอากาศยาน เบื้องต้นจะอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ก่อนให้ผู้เชี่ยวชาญจาก ICAO มาช่วยดูว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนกระบวนการตรวจสอบออกใบรับรองการเดินอากาศ (AOC) ใหม่ให้สายการบิน 41 สายการบิน จะจัดหาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาช่วยตรวจสอบ พร้อมมีแนวทางในการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงในการสร้างมาตรฐาน กพท. โดยทุกอย่างคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2559
ปรากฏการณ์โลกล้อมไทยถัดมาคือ เมื่อเดือน ต.ค. 2558 พี่ใหญ่เศรษฐกิจโลกอย่างสหรัฐ พร้อมด้วย 11 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา เม็กซิโก ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม และมาเลเซีย บรรลุความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งเป็นเขตเสรีทางการค้าที่มีความลึกและกว้างสุด ครอบคลุมทุกด้านตั้งแต่การเปิดตลาดสินค้า สุขอนามัยและสุขอนามัยพืช การคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญา ธุรกิจบริการ การเงิน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ และสิ่งแวดล้อม
นี่เป็นอีกแรงบีบให้ไทยต้องตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมข้อตกลงทีพีพีครั้งนี้หรือไม่ เพราะคาดการณ์กันว่าหากไทยตกขบวนเขตการค้าเสรีที่ใหญ่สุดครั้งนี้ อาจทำให้การลงทุนจากต่างชาติในไทยย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่เป็นสมาชิกทีพีพี โดยเฉพาะประเทศสมาชิกอาเซียนที่เข้าร่วมทีพีพีไปแล้วอย่างเวียดนาม มาเลเซีย บรูไน และสิงคโปร์ เนื่องจากภายในข้อตกลงทีพีพีได้เอื้อสิทธิประโยชน์ทางด้านการค้า เช่น การสะสมแหล่งกำเนิดสินค้าภายในประเทศสมาชิกมาผลิตและส่งออก ซึ่งจะได้รับสิทธิภายใต้ข้อตกลง รวมถึงการเปิดตลาดสินค้าที่มากขึ้น
ผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นหากไทยเข้าร่วมทีพีพี ทำให้ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ได้ออกมาส่งสัญญาณว่าไทยสนใจที่จะเข้าร่วมทีพีพี รวมทั้งแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนผู้ส่งออกสินค้าในกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศ (พกค.) ได้ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาผลดีผลเสียทีพีพีก่อนตัดสินใจว่าจะร่วมวงหรือไม่
ขณะที่ภาคประชาสังคมกลับไม่เห็นด้วยกับการเข้าร่วมทีพีพี เพราะมองว่าไทยจะเสียประโยชน์ในด้านสังคมมากกว่าได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากต้องยอมรับข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับหลักประกันสุขภาพของคนไทย เช่น ยา พืช และมาตรฐานทางการค้าที่เข้มงวดเกินไป
ศิรินารถ ใจมั่น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (จร.) กล่าวว่า กรมจะรับผิดชอบผลการศึกษาผลดีผลเสีย โดยได้ว่าจ้างสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ทำการศึกษาแล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือน ม.ค. 2559 และคาดว่าจะสามารถเสนอให้ระดับนโยบายคือ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ก่อนเข้าสู่ที่ประชุม ครม.พิจารณาได้ภายในไตรมาสแรกปี 2559
ขณะที่ฝั่งพาณิชย์เป็นแม่งานเรื่องศึกษาทีพีพี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินหน้าแก้ไขการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU)ภายใต้การกำกับของศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ซึ่งล่าสุดรัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ตามที่กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการเสนอ ซึ่งจะเข้ามาควบคุมการทำประมงให้สอดคล้องกับหลักสากล ทั้งการทำประมงในประเทศและการทำประมงนอกน่านน้ำ ซึ่งไทยจะต้องรับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรือธง และได้มีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อให้เรือประมงปฏิบัติ รวมถึงการออกกฎหมายลำดับรอง ระเบียบและกฎกระทรวงต่อไป
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สหภาพยุโรป (อียู) จะมาประเมินในเดือน ม.ค. ซึ่งคาดว่าอียูจะเห็นความตั้งใจในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา และอาจจะให้เวลาไทยทำการแก้ไขต่ออีก 6 เดือน สำหรับมาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการตามข้อสังเกตของอียู เพื่อให้ไทยพ้นจากใบเหลือง ได้แก่ 1) การจัดระบบทะเบียนเรือประมงโดยกรมเจ้าท่า 2) การควบคุมเรือประมงนอกน่านน้ำโดยระบบติดตามตำแหน่งเรือประมง (VMS) 3) มีการตรวจสอบควบคุมการเข้า-ออกท่าของเรือประมง (PIPO) 4) ปรับปรุงระบบตรวจสอบการนำเข้าสัตว์น้ำอย่างเข้มข้นตั้งแต่สายการผลิตจนถึงโรงงานแปรรูป และส่งออก เพื่อไม่ให้มีสัตว์น้ำ IUU เข้ามาในไทยและปะปนแปรรูปส่งออก
การเดินหน้าปฏิรูปตัวเองของไทยเหล่านี้จะทำให้ไทยผงาดในเวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ







