
‘บางจาก’ ยิ้ม ทิ้งหุ้นโปแตช กำไรมีเงินทุน
บางจากฯ ขายทิ้งหุ้นโปแตช กำเงินสด 202 ล้านบาท คาดกำไรไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท มุ่งธุรกิจพลังงาน
บางจากฯ ขายทิ้งหุ้นโปแตช กำเงินสด 202 ล้านบาท คาดกำไรไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท มุ่งธุรกิจพลังงาน
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติแนวทางการบริหารการลงทุนของบริษัทในโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียน โดยให้จำหน่ายหุ้นบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ ที่ถืออยู่ทั้งหมดจำนวน 1,930,500 หุ้น คิดเป็นประมาณ 10.66% ของทุนชำระแล้ว ให้กับบริษัท เอส กรุ๊ป เออีซี (ประเทศไทย) มูลค่ารวมทั้งสิ้น 202,702,500 บาท ทั้งนี้มูลค่าการจำหน่าย เป็นราคาที่ต่อรองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
ด้านผลการดำเนินงานของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2558 ขาดทุนสุทธิ 50.28 บาท คิดเป็นขาดทุนหุ้นละ 2.89 บาท เกิดจากรายได้เพียง 5.93 ล้านบาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายถึง 56.21 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนของปีนี้ มีสินทรัพย์รวม 5,259 ล้านบาท หนี้สินรวม 4,032 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 1,227 ล้านบาท และมูลค่าหุ้น ทางบัญชี 68.43 บาท ทั้งนี้ราคาที่ขายหุ้นสูงกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชี ทำให้บริษัทมีกำไรประมาณไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท ด้านราคาหุ้น BCP ปิดที่ 33.75 บาท ลดลง 0.75 บาท
แหล่งข่าวจากวงการพลังงาน เปิดเผยว่า บริษัท บางจากฯ ตัดสินใจขายหุ้นบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยและโครงการไม่มีความคืบหน้าในการลงทุน ขณะเดียวกันบริษัทมีเป้าหมายชัดเจนในการก้างสู่ผู้นำด้านพลังงาน โดยมีแผนการลงทุนชัดเจนในปี 2558-2563 จึงต้องมีแนวทางในการจัดหาแหล่งเงินทุนและช่องทางในการลงทุน ทั้งนี้ที่ผ่านมามีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในประเทศและในประเทศญี่ปุ่น
“บริษัทวางแผนให้บริษัท บีพีซีจี เป็นแกนกลางในการทำธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ในการรวบรวมธุรกิจ เพื่อเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก หรือไอพีโอ และนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมี BCP ถือหุ้นทั้งหมด 100% ที่ผ่านมาได้ซื้อสินทรัพย์และรับโอนโรงไฟฟ้าพลังงานแสดงอาทิตย์ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีกำลังการผลิต 38 เมกะวัตต์ รวมถึงบริษัทในกลุ่มบางจากบางแห่งแล้วด้วย” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายวรเทพ วงศาสุทธิกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) หรือ TRUBB กล่าวว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท แอโกรเวลท์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 100% ประกอบธุรกิจนายหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (AFET) มีมติเลิกกิจการ เนื่องจากปริมาณการซื้อขายที่เบาบางของตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย ทำให้บริษัทย่อยไม่สามารถสร้างกำไรจากการดำเนินธุรกิจได้ ขณะนี้บริษัทย่อยอยู่ระหว่างการชำระบัญชี ซึ่งไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท







