
คาร์แลคลุยเปิดตลาดนอกรับเออีซี ผุดสาขาไทย-เพิ่มสินค้าปั้นรายได้
หลังจากขยายตลาดในต่างประเทศมาแล้ว 5 ปี ที่เมียนมา 1 แห่ง และกัมพูชา 2 แห่ง ล่าสุดบริษัท คาร์แลค (ไทย-เยอรมัน) ได้บรรลุข้อตกลงกับบริษัทผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ใน สปป.ลาว และจะเริ่มขยายสาขาในปี 2559 ควบคู่กับการนำผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์เข้าไปทำตลาดด้วย
หลังจากขยายตลาดในต่างประเทศมาแล้ว 5 ปี ที่เมียนมา 1 แห่ง และกัมพูชา 2 แห่ง ล่าสุดบริษัท คาร์แลค (ไทย-เยอรมัน) ได้บรรลุข้อตกลงกับบริษัทผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ใน สปป.ลาว และจะเริ่มขยายสาขาในปี 2559 ควบคู่กับการนำผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์เข้าไปทำตลาดด้วย
นางศิริจิตต์ กาญจนบัตรผู้จัดการทั่วไป บริษัท คาร์แลค (ไทย-เยอรมัน) ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาสีรถยนต์แบรนด์คาร์แลค 68 และผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์แบรนด์ลิควิโมลี่ จากประเทศเยอรมนี เปิดเผยว่า จากการขยายตลาดใน สปป.ลาวเพิ่มขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทในปี 2559 เติบโตเพิ่มขึ้น 20% หรืออยู่ที่ 200 ล้านบาท จากปี 2558 อยู่ที่ 160 ล้านบาท
การรุกตลาดเข้าสู่ สปป.ลาวครั้งนี้ ยังถือได้ว่าเป็นการเปิดตลาดเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เนื่องจากประเทศในกลุ่มเออีซีมีอัตราการเติบโตของรถยนต์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับกำลังซื้อและปริมาณความต้องการบริการดูแลรักษารถยนต์มากขึ้นตาม ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาการขยายตลาดเข้าสู่ประเทศเวียดนามในรูปแบบการส่งผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาสีรถยนต์ภายใน 2 ปีจากนี้
สำหรับธุรกิจคาร์แคร์ในประเทศไทยของบริษัทอยู่ในสถานการณ์ทรงตัวมาแล้ว 2 ปีต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยที่ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าและบริการฟุ่มเฟือย ซึ่งบริษัทได้รักษาฐานลูกค้าด้วยการจัดโปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษในสาขาทั้ง 50 สาขาทั่วประเทศ และในปี 2559 จะปรับโฉมรูปแบบสาขาใหม่ โดยใช้เงินลงทุนมูลค่า 5 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างสาขาต้นแบบ พร้อมทั้งมีแผนการขยายสาขาในจังหวัดหัวเมืองใหญ่อีก 5 แห่ง
ขณะที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ในปีหน้า จะขยายตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มน้ำมันหล่อลื่นกึ่งสังเคราะห์ จากที่ผ่านมาเน้นทำตลาดในกลุ่มน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์ 100% รวมถึงการแตกไลน์ธุรกิจนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับจักรยาน เรือ และกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความหลากหลายยิ่งขึ้น จากปัจจุบันยอดขายมาจากธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาสีรถยนต์ 30% และธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ 70%







