
ชักเงินดีเซลเข้ากองทุนน้ำมันฯ
ถก กบง.ดอดรีดเงินดีเซล 70 สต./ลิตร ดึงราคาขายปลีกไม่ขยับ ปูทางขยับภาษีดีเซล
ถก กบง.ดอดรีดเงินดีเซล 70 สต./ลิตร ดึงราคาขายปลีกไม่ขยับ ปูทางขยับภาษีดีเซล
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เรียกประชุมด่วนคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และมีมติเห็นชอบให้ปรับเพิ่มอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของน้ำมันดีเซลอีก 0.70 บาท/ลิตร จากเดิมเก็บอยู่ 0.05 บาท/ลิตร เพื่อรองรับแผนการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตดีเซลของกระทรวงการคลัง ซึ่งปัจจุบันจัดเก็บภาษีอยู่ที่ 4.25 บาท/ลิตร
ทั้งนี้ การเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จะไม่ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเปลี่ยนแปลง โดยราคายังอยู่ที่ 20.59 บาท/ลิตร
“ภาครัฐเห็นว่าหากราคาน้ำมันดีเซลลดลงต่ำมากเกินไป จะส่งผลให้การใช้ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ รมว.พลังงาน ได้ย้ำว่า ขอให้ศึกษาทบทวนโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) โดยขอให้พิจารณาในเรื่องค่าการตลาด อัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ อัตราภาษี และต้นทุนของราคาต่างๆ ให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล” แหล่งข่าวระบุ
พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า กบง.ได้หารือหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการโครงสร้างราคาพลังงานให้มีความเหมาะสม ทั้งการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ อัตราภาษีสรรสามิตน้ำมันและเชื้อเพลิงต่างๆ ค่าการตลาดน้ำมัน โดยจะต้องมีการทบทวนให้ดีขึ้น และขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปศึกษาประเด็นต่างๆ เหล่านี้และนำมาเสนอที่ประชุม กบง.ครั้งหน้า
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในช่วงที่น้ำมันราคาปรับตัวสูงขึ้นก่อนหน้านี้ รัฐบาลมีนโยบายปรับลดภาษีสรรพสามิตดีเซลลง 5 บาท/ลิตร เพื่อกดราคาขายปลีกให้ลดลง หลังจากนั้นได้ทยอยเพิ่มอัตราจัดเก็บภาษีสรรพสามิตคืนจนปัจจุบันเก็บที่ระดับ 4.25 บาท/ลิตร ดังนั้นในจังหวะที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับที่ต่ำ จึงมีการทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลใหม่ แต่เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาขายปลีก กบง.ตัดสินใจเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ไปก่อน 0.70 บาท/ลิตร หลังจากนั้นกรมสรรพสามิตออกประกาศปรับขึ้นภาษีดีเซลในอัตราเดียวกัน และลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ เหลือ 0.05 บาท/ลิตร เช่นเดิม
ก่อนหน้านี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงเหลือ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลปีงบ 2558 ภาครัฐจัดเก็บภาษีสรรพสามิตลดลงเหลือ 4 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่ที่ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งทำให้ภาครัฐมีรายได้ 8 หมื่นล้านบาท และมีการประเมินว่าหากราคาน้ำมันดิบแตะระดับ 25 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล รายได้จากภาษีจะหายไปอีก 2 หมื่นล้านบาท
นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจากปิโตรเลียม กล่าวว่า กบง.ได้แจ้งปรับเพิ่มอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในส่วนน้ำมันดีเซลอีก 0.70 บาท/ลิตร แต่จะไม่มีผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในปัจจุบัน







