posttoday
'เกษรา' แนะเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นเครื่องผลิตเงิน

'เกษรา' แนะเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นเครื่องผลิตเงิน

25 ธันวาคม 2558

บงกชรัตน์ สร้อยทอง

บงกชรัตน์ สร้อยทอง

เพิ่งจะออกหนังสือพ็อกเกต บุ๊กการลงทุนอสังหาริมทรัพย์จนถึงเล่มที่ 3 ล่าสุดเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา สำหรับ “เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” หรือ “ดร.ยุ้ย” กรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) ภายใต้ชื่อ “เปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นเครื่องผลิตเงิน”

แต่กว่าจะออกมาเป็นบทสรุปและย่อยเรื่องยากการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้าน (โซลาร์รูฟท็อป) เพื่อเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า เธอใช้เวลาถึง 4 ปีในการศึกษาและค้นคว้าเพื่อให้ได้ข้อมูลนี้มา

จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการต่อยอดธุรกิจหลักของบริษัท กลายเป็นสิ่งที่เธออยากบอกต่อว่า มันคือการทำโซลาร์รูฟที่ช่วยสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงให้กับผู้ที่ติดได้ในระยะยาวถึง 25 ปี (ตลอดอายุของแผงโซลาร์) รวมๆ แล้วมันเป็นทั้งการลงทุน การรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อมไปในด้วย และเชื่อว่ากระแสนี้ที่คนทั่วโลกกำลังนิยม จะทำให้เกิดการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จนทำให้เริ่มเห็นราคาแผงโซลาร์ที่ถูกลงและคุ้มค่า
ที่บุคคลรายย่อยสามารถจะลงทุนได้

จุดเริ่มต้นศึกษาเกิดจากปีที่น้ำท่วมหนัก 2554 ทำให้เธอประมวลว่าเกิดอะไรขึ้น จะช่วยทั้งลูกบ้านและประเทศได้อย่างไร จนไปสู่การศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพราะต้องการผลิตไฟฟ้าได้ด้วยตัวเอง ประหยัดค่าไฟ และลดภาวะโลกร้อนไปในตัว แต่ตอนนั้นต้นทุนสูงมาก ตกวัตต์ละ 130 บาท และถ้ามาติดบนหลังคาบ้านเดี่ยว 5 ล้านบาท ใช้แผงโซลาร์ 10 เมกะวัตต์ ราคาค่าแผงจะสูงถึง 1.3 ล้านบาท หรือคิดเป็น 26% ของราคาบ้านทั้งหมด พอมาถึงปี 2558 ลดมาอยู่ที่วัตต์ละ 60-80 บาทเท่านั้น ถือว่าลดลงมาเกือบ 40% ทำให้คนสนใจเรื่องนี้จริงจัง เพราะถือว่าเป็นราคาที่สามารถจับต้องได้จริงๆ เพราะหากราคาบ้านเดี่ยว 5 ล้านบาทเท่าเดิม ตก 10 กิโลวัตต์ หรือ 8 แสนบาท หรือ 16% ของราคาบ้าน

ปี 2556-2558 รัฐมีนโยบายส่งเสริมพลังงานทดแทน ถ้าใครติดจะมีการรับซื้อไฟทั้งหมดที่ราคาสูงถึง 6.85 บาท/หน่วย ส่วนเราซื้อไฟจากรัฐเพียง 4 บาท/หน่วยเท่านั้น อย่างน้อยคนที่ขายไฟให้รัฐช่วงนั้นก็ได้ส่วนต่างของกำไรให้กับผู้ซื้อไปแล้ว แต่แม้วันนี้จะหมดอายุแล้ว ก็ถือเป็นการช่วยกระตุ้นให้เป็นที่รู้จัก

การติดแผงโซลาร์ยังทำให้บ้านเย็นลงเพราะเหมือนมีหลังคาบังแดดอีกชั้นหนึ่ง และทำให้ใช้แอร์ได้ลดลงด้วย หน่วยงานวิจัยพลังงานทดแทนสหรัฐบอกว่าโซลาร์เซลล์สามารถลดการใช้พลังงานลงได้ 8-45% ขึ้นอยู่กับรูปแบบการทำงาน เช่นโซลาร์รูฟท็อปที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไปจะช่วยประหยัดไฟลงได้เฉลี่ย 15%

“ผลตอบแทน 2 แนวทางที่จะได้จากการติดแผงโซลาร์เซลล์คือการขายไฟให้ภาครัฐ ซึ่งต้องมีการยื่นขออนุญาตที่ปัจจุบันได้ปิดรับไปแล้ว และเพื่อใช้เองในบ้านตอนกลางวัน เพราะยังไม่มีแบตเตอรี่สำหรับเก็บกักไฟ เพราะแบตเตอรี่มีราคาสูง จึงเหมาะกับอาคารพาณิชย์หรือคนที่อยู่บ้านในตอนกลางวัน แต่อนาคตเชื่อว่าแบตเตอรี่จะต้องถูกลง”

เธอบอกว่า ปัจจุบันลงทุนเพียง 2 แสนบาท ที่ 4 กิโลวัตต์ ด้วยแอดเดอร์ 6.85 ที่ขายไฟให้รัฐ ก็ถือว่าสามารถให้ผลตอบแทนได้ประมาณ 13% ต่อปีได้ บ้านของเธอเองก็สามารถลดค่าไฟได้มากกว่า 2,000 บาท/เดือน แต่หากคิดว่าสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เองแล้วก็เท่ากับสามารถประหยัดค่าใช่จ่ายต่อเดือนในสัดส่วนที่มากแล้ว อีกทั้งอนาคตหลังคาบ้านที่เป็นพลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มมูลค่าบ้านในอนาคต และเวลาขายบ้านต่อ ก็สามารถคิดส่วนที่ติดตั้งแผงโซลาร์เพิ่มไปในราคาขายได้ด้วย

ทั้งนี้ ยังแนะนำวิธีและตัวอย่างการกู้เงินแบงก์ 100% แบบประเภทไหน เมื่อเทียบกับการควักเงินสดออกมาเอง และมีตัวอย่างที่ผู้อาศัยทั่วไปที่มีการติดโซลาร์รูฟแล้ว โดยเฉลี่ยแล้วให้ผลตอบแทนมากกว่า 10% ต่อปี สรุปแล้วการลงทุนโซลาร์รูฟท็อปช่วยให้ผู้ที่ติดลดค่าไฟในแต่ละเดือนแล้ว ยังสามารถคืนทุนในเวลาไม่เกิน 6-8 ปี

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล