
ฮิตาชิรุกหนักเครื่องซักผ้า ตลาดปีนี้วูบหวังปีหน้าฟื้น
ตลาดเครื่องซักผ้าได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ ส่งผลให้การเติบโตลดลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ตลาดเครื่องซักผ้าได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ ส่งผลให้การเติบโตลดลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
นายบุญชัย พุทธาโกฐิรัตน์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด บริษัทฮิตาชิเซลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดเครื่องซักผ้าได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ซบเซา โดยคาดว่าในปี 2558 จะลดลง 5% ในแง่จำนวนยูนิต แต่หากเทียบเป็นเม็ดเงินนั้นเติบโตเล็กน้อย โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท สิ่งที่เห็นได้ชัดคือบรรดาผู้ประกอบการต่างเร่งปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าในเซ็กเมนต์ใหม่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ คาดว่าจะผลักดันให้ตลาดเติบโต 5%
“ฮิตาชิยังคงแข่งขันเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นหลักในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า จึงทำให้ยอดขายในปีนี้เติบโตสวนตลาดซบเซาได้ 5% และคาดว่าในปี 2559 นั้นจะเติบโต 10% ถือว่าเติบโตสูงสุดรอบ 3 ปี ซึ่งปัจจุบันบริษัทติดท็อปทรีในตลาดเครื่องซักผ้า ซึ่งเป็นรองในแบรนด์เกาหลีซัมซุงและแอลจี ขณะที่ฮิตาชินั้นราคาขายวางสูงกว่า 10-15%” นายบุญชัย กล่าว
ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยนิยมใช้เครื่องซักผ้าถังขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น จากในช่วงอดีตจะใช้เครื่อง 7-8 กก. มาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจะนิยมใช้ถังขนาด 10-12 กก. แต่ในปัจจุบันถังซักขนาดใหญ่ 18-24 กก. เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการสำรวจพบว่าอัตราการใช้เสื้อผ้าในครัวเรือนต่อ 1 สัปดาห์ (เฉลี่ยจำนวนสมาชิกต่อ 1 ครัวเรือนอยู่ที่ 4 คน) พบว่าใช้เสื้อผ้าประมาณ 0.8 กก./คน หากครอบครัวมีสมาชิกประมาณ 4 คนใน 1 สัปดาห์ จะมีการใช้เสื้อผ้า 22.4 กก. ขณะเดียวกันผู้บริโภคต้องการซักผ้าชิ้นใหญ่ด้วย เช่น ผ้าปูที่นอน และผ้าห่ม เป็นต้น
นายบุญชัย กล่าวว่า ต่อปีบริษัทเปิดตัวสินค้าใหม่เฉลี่ย 40-50 เอสเคยู ส่วนใหญ่เป็นเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้าและตู้เย็น ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่ 350 รายทั่วประเทศ โดย 45% ขายผ่านร้านรูปแบบเทรดดิชั่นแนลเทรด อีก 55% เป็นร้านโมเดิร์นเทรด
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2559 กำลังซื้อของผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาทางการเมือง







