
ชงแจกสัมปทานวีซ่าสนามบิน
สมาคมไทย-จีน กระทุ้งรัฐให้สัมปทานเอกชนบริการวีซ่าออนอไรวัล
สมาคมไทย-จีน กระทุ้งรัฐให้สัมปทานเอกชนบริการวีซ่าออนอไรวัล
นายวิชิต ประกอบโกศล นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน เปิดเผยว่า สมาคมฯ มีแนวคิดเสนอหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลการขอตรวจลงตรา (วีซ่า) เข้าประเทศไทย พิจารณาเปิดสัมปทานให้บริษัทเอกชนมาให้บริการออกวีซ่าออนอไรวัล เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดความแออัดบริเวณท่าอากาศยาน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเอเชีย เช่น จีน อินเดีย ที่เดินทางมาไทยจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า
ทั้งนี้ การเปิดสัมปทานจะช่วยยกระดับคุณภาพการบริการ มีบุคลากรเพียงพอสำหรับบริการนักท่องเที่ยว รวมถึงช่วยกระจายการบริการให้ครบทุกจุด ทั้งท่าอากาศยานนานาชาติอีก 5 แห่ง และท่าอากาศยานอื่นๆ ที่รัฐบาลเตรียมส่งเสริมเปิดให้บริการเป็นสนามบินพาณิชย์ โดยไม่จำกัดเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเท่านั้น
แหล่งข่าวจากวงการท่องเที่ยวไทย เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรวางแผนยกระดับการให้บริการวีซ่า โดยเฉพาะกลุ่มวีซ่าออนอไรวัลให้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งปีนี้เดินทางมาไทยประมาณ 7.5-8 ล้านคน
ทั้งนี้ มองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มช่องทางบริการวีซ่าออนอไรวัลบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติทุกแห่ง จากปัจจุบันมีบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว ไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว เพราะการขยายเส้นทางของสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์ส) บินตรงสู่แหล่งท่องเที่ยวรองในประเทศไทยมากขึ้น ได้กระตุ้นการเดินทางของชาวจีนมาไทย โดยไม่ผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
“ไทยควรเพิ่มช่องทางการบริการวีซ่าให้คนจีน เพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลาย ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว เพราะมีผลต่อการเพิ่มความถี่ในการเดินทางเข้าประเทศไทย โดยปัจจุบัน
จะเห็นได้ว่าสนามบินดอนเมืองอู่ตะเภา มีคนจีนใช้บริการจำนวนมาก แต่ไม่มีช่องทางการทำวีซ่าออนอไรวัล หากเพิ่มช่องการบริการเชื่อว่าจะกระตุ้นให้คนจีนต้องการมาเที่ยวไทยเพิ่มได้” แหล่งข่าวเปิดเผย
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศควรปรับค่าธรรมเนียมมัลติเพิลวีซ่าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริง สามารถจูงใจนักท่องเที่ยวและเป็นเครื่องมือช่วยกระตุ้นให้ภาคการท่องเที่ยวไทยได้รับอานิสงส์ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
อย่างไรกตามที่ผ่านมา จากการสำรวจพบว่า มัลติเพิลวีซ่าไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจีน เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมเฉลี่ย 1,200 หยวน/ครั้ง สามารถเดินทางเข้าออกประเทศไทย 6 เดือน ขณะที่ค่าธรรมเนียมวีซ่าทั่วไปอยู่ที่ 230 หยวน/ครั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่นิยมขอมัลติเพิลวีซ่า
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า แนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการขอวีซ่า รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่นักท่องเที่ยวจะได้รับ เพราะปัจจุบันชาติสมาชิกอาเซียนต่างให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวและแข่งขันด้านมาตรการวีซ่าให้นักท่องเที่ยว หากประเทศไทยไม่เร่งปรับตัวหรือยกมาตรฐานการบริการ อาจเป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งใช้เป็นช่องทางการเพิ่มโอกาสด้านการท่องเที่ยวได้







