
คลังยันไตรมาส4ดีขึ้น อ้อนรัฐจัดช็อปลดภาษียาว
สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลออกมา
สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลออกมา รวมถึงมาตรการนำค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือบริการไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ไปหักภาษีช่วงปีใหม่ที่ออกมาล่าสุดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2558 ขยายตัวได้มากกว่าไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เนื่องจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
ขณะที่ภาครัฐก็เร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน หลังจากนี้ก็จะให้ความสำคัญกับการขยายตัวของเศรษฐกิจปีหน้า ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องให้ผู้ประกอบการทำบัญชีเดียว ทำให้การเก็บภาษีของประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้าน ชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (อาร์เอสทีเอ) กล่าวว่า กรณีที่ภาครัฐมีแผนออกมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในระหว่างวันที่ 25-31 ธ.ค. 2558 จากผู้ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท เพื่อกระตุ้นให้คนไทยออกมาช็อปปิ้งเพิ่มขึ้นนั้น มองว่าไม่น่าจะช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจค้าปลีกได้เท่าไหร่ เนื่องจากมาตรการดังกล่าวมีระยะเวลาสั้นเกินไป
อย่างไรก็ดี แนวทางกระตุ้นกำลังซื้อด้วยมาตรการช็อปปิ้งดังกล่าวถือว่ามาถูกทางแล้ว เพียงแต่ระยะเวลาดำเนินการสั้นเกินไป หากภาครัฐต้องการให้เห็นผลชัดเจนควรขยายระยะอย่างน้อยเป็น 2-3 เดือน เพราะระยะสั้นเห็นผลแค่การพยุงไม่ให้สถานการณ์แย่ไปกว่านี้เท่านั้น
ขณะเดียวกัน ก็ควรเร่งเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเข้าสู่ระบบ เนื่องจากปัจจุบันรากหญ้าของไทยยังคงมีปัญหาในด้านของกำลังซื้อชะลอตัว ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้กำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าในตลาดต่างจังหวัดยังน่าเป็นห่วง ส่วนลูกค้าในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ยังคงมีกำลังซื้อที่ดี แต่เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคในระดับบนยังขาดความเชื่อมั่น จึงทำให้ยังไม่กล้าที่จะออกมาจับจ่ายใช้สอยอย่างเต็มที่
ดังนั้น ภาครัฐจึงควรหันมาเร่งดำเนินการโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ผู้บริโภคในประเทศ และนักท่องเที่ยว
ชาย กล่าวต่อไปว่า การทำงานของภาครัฐเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น เห็นได้จากคนในประเทศมีระเบียบวินัยมากขึ้น เช่นเดียวกันในด้านของเศรษฐกิจ เห็นได้จากการประมูลงานในโครงการต่างๆ ที่ถูกลง 30% ขณะเดียวกันภาครัฐก็สามารถหาเงินเข้าในคลังได้เยอะขึ้นจากการประมูล 4จี
อนวัช สังขะทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายการตลาด บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน กล่าวว่า บริษัทยินดีให้การสนับสนุนมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในการซื้อสินค้าก่อนสิ้นปี เพราะเป็นมาตรการที่ดีมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ และเชิงจิตวิทยา เนื่องจากสามารถกระตุ้นผู้บริโภคให้ออกมาจับจ่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากมาตรการดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้มีลูกค้าเข้ามาใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเดิม 20%
ทั้งนี้ ในส่วนของปีหน้า อยากให้ภาครัฐขยายเวลาของมาตรการ ด้วยการเพิ่มจำนวนวันให้มากขึ้น และมีการโปรโมทล่วงหน้ามากกว่านี้ เพราะจะทำให้เศรษฐกิจเกิดการตื่นตัวและขยายตัวได้ดีขึ้น เนื่องจากสัปดาห์สุดท้ายของปีคือจุดพีกที่สุดของการจับจ่าย
บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า มาตรการการลดหย่อนภาษีที่ภาครัฐประกาศให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทยนั้น มองว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่จะช่วยทำให้ผู้บริโภคมีความสุข มีการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปีใหม่ได้มากขึ้น และยังช่วยให้ภาคเอกชนมีเงินหมุนเวียนเข้ามามากขึ้น โดยทางร้านค้ามีการเพิ่มพนักงานเพื่อออกใบเสร็จรับเงินมากขึ้น
วารุณี กิจเจริญพูลสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายให้มีสีสันขึ้นอย่างมากในช่วงปลายปี เพราะผู้บริโภคที่เดิมระวังการใช้จ่ายจะออกมาจับจ่ายได้อย่างสบายใจ ซึ่งในส่วนของบิ๊กซีได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อตอบรับมาตรการดังกล่าว นอกเหนือจากโปรโมชั่นที่บิ๊กซีมีอยู่







